
“ยื่นภาษีปีนี้… ใครว่ายาก? ไม่ว่าคุณจะเป็นมนุษย์เงินเดือนมือใหม่ หรือนายหน้าประกันภัยมืออาชีพ เมื่อถึงช่วงต้นปี หน้าที่สำคัญที่เลี่ยงไม่ได้คือการ ‘ยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา’ แต่เชื่อไหมคะว่า… มือใหม่หลายคนมักพลาดสิทธิประโยชน์และเงินคืนเพียงเพราะไม่รู้วิธีการที่ถูกต้อง!
บทความนี้เราจะมาเปลี่ยนเรื่องภาษีที่เคยดูน่าปวดหัว ให้กลายเป็นเรื่องง่ายที่คุณทำเองได้ที่บ้าน สรุปครบทุกขั้นตอนแบบ Step-by-Step ตั้งแต่การเตรียมเอกสารไปจนถึงเทคนิคการกดรับเงินคืนเข้ากระเป๋าให้ไวที่สุด มาเตรียมความพร้อมไปพร้อมกัน รับรองว่าอ่านจบคุณจะยื่นภาษีออนไลน์ในปี 2568 ด้วยตนเองได้แบบมือโปรแน่นอน!”
ทำความรู้จัก : ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคืออะไร? ก่อนทำการยื่นภาษีออนไลน์ 2568
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คือ ภาษีที่จัดเก็บจากบุคคลทั่วไปที่มีเงินได้ ไม่ว่าประเภทใด ชนิดใด ถ้าไม่มีกฎหมายระบุยกเว้นให้แล้วก็อยู่ในข่ายต้องเสียภาษี หากสรุปให้เข้าใจง่ายที่สุด ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ก็คือ “ภาษีที่คนที่มีรายได้ทุกคนต้องจ่ายให้กับรัฐ” นั่นเอง
โดยปกติจัดเก็บเป็นรายปี จากรายได้ที่เกิดขึ้นในปีใด ๆ (1 มกราคม-31 ธันวาคม) ผู้มีรายได้มีหน้าที่ต้องนำไปแสดงรายการตนเอง ตามแบบแสดงรายการภาษีที่กำหนดภายในเดือนมกราคมถึงมีนาคมของปีถัดไป
ใครบ้างที่ “มีหน้าที่” ต้องยื่นภาษี?
หลายคนมักสับสนว่า “เงินเดือนไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษี ไม่ต้องยื่นก็ได้มั้ง?” ความจริงคือ แม้รายได้จะไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้อง “เสียภาษี” แต่หากรายได้ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด คุณก็ยังมีหน้าที่ต้อง “ยื่นแบบ” เพื่อแสดงที่มาของรายได้ โดยสามารถเช็กเกณฑ์รายได้ขั้นต่ำที่ต้องยื่นภาษีได้จากตารางด้านล่างนี้เลย
ตารางสรุปเกณฑ์รายได้ขั้นต่ำที่ต้องยื่นภาษี 2568 (ภ.ง.ด. 90/91)
ตารางนี้ช่วยตอบคำถามว่า รายได้เท่าไหร่ต้องยื่นภาษี 2568 พร้อมสรุปให้เข้าใจง่ายว่า ต้องยื่น ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.91 ตามประเภทและลักษณะรายได้ เพื่อให้ตรวจสอบได้ทันทีและยื่นภาษีได้ถูกต้อง
| ประเภทเงินได้ |
โสด (รายได้ต่อปี) |
สมรส (รายได้ต่อปี) |
แบบที่ต้องยื่น |
| เงินเดือนอย่างเดียว | 120,000 บาทขึ้นไป | 240,000 บาทขึ้นไป | ภ.ง.ด. 91 |
| รายได้หลายทาง / อื่น ๆ | 60,000 บาทขึ้นไป | 120,000 บาทขึ้นไป | ภ.ง.ด. 90 |
เปิดปฏิทิน: ยื่นภาษีได้ถึงวันไหนบ้าง? พร้อมตัวอย่างช่วงเวลาการยื่นภาษีออนไลน์ 2568
การยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไม่ได้มีแค่รอบเดียวเสมอไป ขึ้นอยู่กับประเภทของรายได้ที่เรามี โดยสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ช่วงเวลาหลัก ดังนี้
1. ยื่นภาษีปลายปี (รอบปกติ)
เป็นการสรุปรายได้ทั้งหมดที่เกิดขึ้นตลอดทั้งปี (1 ม.ค. – 31 ธ.ค.) เพื่อยื่นในช่วงต้นปีถัดไป เป็นรอบที่ทุกคนที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ต้องยื่น
- ช่วงเวลาการยื่น: 1 มกราคม – 31 มีนาคม ของปีถัดไป
- ตัวอย่าง: รายได้ที่เกิดขึ้นในปี 2568 ต้องนำมายื่นแบบในช่วง 1 ม.ค. – 31 มี.ค. 2569
- พิเศษสำหรับการยื่นออนไลน์: กรมสรรพากรมักจะขยายเวลาให้เพิ่มเติม (โดยปกติจะถึงประมาณวันที่ 8-10 เมษายน) เพื่อสนับสนุนให้คนยื่นผ่านช่องทางอินเตอร์เน็ต
2. ยื่นภาษีกลางปี (ภ.ง.ด. 94)
สำหรับคนที่มีรายได้บางประเภท (ตามมาตรา 40(5)-(8)) เช่น การเปิดร้านขายของ, การขายของออนไลน์, งานรับเหมา, วิชาชีพอิสระ (หมอ, วิศวกร, ทนาย), หรือการให้เช่าทรัพย์สิน จะต้องยื่นภาษีครึ่งปีแรกเพื่อสะสมไว้ก่อน
- ช่วงเวลาการยื่น: 1 กรกฎาคม – 30 กันยายน ของปีนั้น ๆ
- จุดประสงค์: เพื่อช่วยกระจายภาระภาษี ไม่ให้ต้องมาจ่ายหนักทีเดียวในช่วงปลายปี
เตรียมตัวให้พร้อม! Checklist เอกสารที่ต้องใช้ยื่นภาษีออนไลน์ 2568
ก่อนจะเริ่มคลิกยื่นภาษีออนไลน์ 2568 สิ่งสำคัญที่สุดคือการเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน เพื่อความรวดเร็วและป้องกันการกรอกข้อมูลผิดพลาด โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มหลัก ๆ ดังนี้
1. เอกสารแสดงรายได้
- การยื่นแบบ ภ.ง.ด. 91 สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้ทางเดียว
- การยื่นแบบ ภ.ง.ด. 90 สำหรับคนมีรายได้อื่นที่ไม่ใช่เงินเดือน เช่น นายหน้าประกันภัย ฟรีแลนซ์ เจ้าของธุรกิจ ต้องเตรียมเอกสาร ดังนี้
- หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ) เป็นเอกสารที่ระบุว่าในปีนั้นเรามีรายได้รวมเท่าไหร่ และถูกหักภาษีไว้ล่วงหน้าเท่าไหร่ (ปกติบริษัทหรือผู้ว่าจ้างจะออกให้)
- รายการเดินบัญชี (Statement) / ใบเสร็จรับเงิน / บัญชีรายรับ-รายจ่าย สำหรับคนที่มีรายได้อื่น ๆ เช่น เงินปันผลจากหุ้น, ค่าเช่า หรือรายได้จากการขายสินค้า ขายของออนไลน์
2. เอกสารกลุ่มลดหย่อนภาษี
ส่วนนี้จะช่วยให้เราเสียภาษีน้อยลง หรือได้เงินคืนมากขึ้นนั่นเอง ซึ่งส่วนนี้หากเราทราบล่วงหน้าและจัดเตรียมเอกสารไว้ก่อน จะช่วยให้ยื่นภาษีออนไลน์ 2568 ได้รวดเร็วมากขึ้น
- กลุ่มครอบครัว:
- เลขบัตรประชาชนของบุตร
- พ่อแม่ หนังสือรับรองการหักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา (ล.ย.03)
- ข้อมูลคู่สมรส เช่น สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนสมรส
- กลุ่มประกันและกองทุน:
- ใบเสร็จหรือหนังสือรับรองเบี้ยประกันชีวิต / ประกันสุขภาพ ปัจจุบันแจ้งความประสงค์ผ่านบริษัทประกันภัย
- หนังสือรับรองการซื้อกองทุน RMF / ThaiESG ปัจจุบันแจ้งความประสงค์ผ่าน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน
- กลุ่มกระตุ้นเศรษฐกิจ:
- เอกสารจากโครงการรัฐ เช่น Easy E-Receipt (ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบในรูปแบบกระดาษ และรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์)
- กลุ่มดอกเบี้ยบ้าน:
- หนังสือรับรองดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อที่อยู่อาศัย (ล.ย.02) ขอได้จากธนาคาร
- กลุ่มเงินบริจาค:
- ใบอนุโมทนาบัตร หรือข้อมูลการบริจาคผ่านระบบ e-Donation ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ต้องบริจาคผ่านระบบ E-Donation เท่านั้น
เคล็ดลับมือใหม่: ยื่นภาษีออนไลน์ 2568 ยังไงให้ได้เงินคืนไว?
- รวบรวมไฟล์ให้เป็นระเบียบ ก่อนยื่นภาษีออนไลน์ 2568 แนะนำให้สแกนหรือถ่ายรูปเอกสารทั้งหมดเก็บไว้ในโฟลเดอร์เดียว เผื่อกรณีสรรพากรขอเรียกดูเอกสารเพิ่มเติม จะได้ส่งได้ทันที
- ใช้ระบบ D-MyTax ปัจจุบันกรมสรรพากรมีระบบที่ช่วยรวบรวมข้อมูลรายได้และค่าลดหย่อนภาษีส่วนใหญ่ไว้ให้แล้ว การเข้าไปเช็กในนี้ก่อนจะช่วยให้เราเตรียมเอกสารเฉพาะส่วนที่ขาดไปได้ง่ายขึ้น สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บทความ รู้จัก D-MyTax: ผู้ช่วยอัจฉริยะที่จะทำให้การยื่นภาษีออนไลน์ “ง่ายกว่าที่เคย”
สอนยื่นภาษีออนไลน์ 2568 ฉบับมือใหม่ทำตามได้ง่ายสุด ๆ
ขั้นตอนที่ 1 การเข้าสู่ระบบกรมสรรพากร https://efiling.rd.go.th/rd-cms/

หากปีนี้เป็นปีแรกที่คุณต้องยื่นภาษีและยังไม่มีบัญชีในระบบออนไลน์ ไม่ต้องกังวลค่ะ ขั้นตอนการเริ่มต้นยื่นภาษีออนไลน์ 2568 นั้นง่ายมาก เพียงเข้าไปที่เว็บไซต์ของกรมสรรพากรแล้วทำตามนี้ได้เลย

1.1 เลือกเมนู “สมัครสมาชิก” ในหน้าแรกของระบบ E-Filing ให้มองหาปุ่มสมัครสมาชิก เพื่อลงทะเบียนสร้างบัญชีผู้ใช้งานส่วนตัว
1.2 ระบบจะให้คุณระบุข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อความปลอดภัยและความถูกต้อง ได้แก่ เลขบัตรประจำตัวประชาชน เลขหลังบัตรประชาชน วัน เดือน ปี เกิด ที่อยู่ปัจจุบัน และอีเมล
ขั้นตอนที่ 2 การเข้าสู่ระบบ E-filing ของกรมสรรพากร
การเข้าสู่ระบบ E-Filing เลือกวิธีที่สะดวกที่สุดสำหรับคุณเมื่อลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว การเข้าสู่ระบบเพื่อเริ่มยื่นภาษีออนไลน์สามารถทำได้ 2 ช่องทางหลัก ตามความสะดวกดังนี้
วิธีที่ 1 เข้าสู่ระบบด้วย Digital ID (วิธีที่แนะนำ ⭐)
วิธียื่นภาษีออนไลน์วิธีนี้สะดวกและมีความปลอดภัยสูงมาก โดยคุณไม่ต้องกรอกรหัสผ่านให้ยุ่งยาก เพียงแค่สแกน QR Code เพื่อยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชันที่คุณมีอยู่แล้ว ได้แก่
- แอปพลิเคชั่น ThaiID : จากกรมการปกครอง
- แอปพลิเคชั่นเป๋าตัง : ที่หลายคนมีติดเครื่องไว้
- แอปพลิเคชั่นธนาคารต่างๆ : ผ่านระบบ NDID
ข้อดี สะดวก รวดเร็ว และลดความเสี่ยงจากการถูกขโมยรหัสผ่าน
วิธีที่ 2 เข้าสู่ระบบด้วย RD ID
หากคุณจำรหัสผ่านที่ตั้งไว้ตอนสมัครสมาชิกได้ สามารถเลือกวิธีดั้งเดิมได้เลย
- กรอก เลขบัตรประชาชน ในช่องชื่อผู้ใช้งาน
- ระบุ รหัสผ่าน ที่คุณตั้งไว้
เตรียมมือถือไว้ข้างตัว! เพราะระบบยื่นภาษีออนไลน์จะส่งรหัส OTP มาให้ทาง SMS เพื่อยืนยันตัวตนอีกครั้งก่อนเข้าสู่หน้ายื่นแบบ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของข้อมูลคุณค่ะ

ขั้นตอนที่ 3 : การเลือกยื่นแบบภาษีเงินได้ ภ.ง.ด. 90/91

ขั้นตอนที่ 4 การกรอกข้อมูลผู้มีเงินได้
ตรวจสอบข้อมูลผู้มีเงินได้ ได้แก่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร ชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด และสถานที่ติดต่อ จากนั้นเลือกสถานะ กรณีข้อมูลมีการเปลี่ยนแปลงทำการแก้ไขได้เลย เสร็จแล้วให้กด “ถัดไป”

ขั้นตอนที่ 5 การกรอกข้อมูลรายได้
กรอกข้อมูลเงินได้ตามหนังสือรับรองภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ทุกรายการที่มีอยู่ในมือ
โดยเฉพาะผู้ที่เปลี่ยนงานระหว่างปีหรือกลุ่มนายหน้าประกันภัย หรือฟรีแลนซ์ ที่มีรายได้หลายทาง จำเป็นต้องรวบรวมหนังสือรับรองจากทุกบริษัทที่เคยทำงานมาประกอบการยื่นให้ครบทุกหมวด เพื่อความถูกต้องและรักษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีของตนเองให้ดีที่สุด เมื่อกรอกครบถ้วนแล้วกด “ถัดไป”


ขั้นตอนที่ 6 การกรอกค่าลดหย่อน
ในหน้านี้ ระบบจะให้คุณระบุสิทธิประโยชน์ต่างๆ เพื่อนำมาหักลบออกจากรายได้ ซึ่งจะช่วยให้ยอดภาษีของคุณลดลง หรือมีโอกาสได้เงินคืนมากขึ้น โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มหลักๆ ดังนี้
- ลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัว เช่น ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดา-มารดา (ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป) และค่าลดหย่อนบุตร
- กลุ่มประกันชีวิต การออมและลงทุน เช่น เบี้ยประกันชีวิต, เบี้ยประกันสุขภาพ, เงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) และเงินสมทบกองทุนประกันสังคมกองทุน RMF หรือกองทุน Thai ESG (อย่าลืมตรวจสอบยอดให้ตรงกับหนังสือรับรองนะคะ)
- กลุ่มนโยบายภาครัฐ เช่น ดอกเบี้ยเงินกู้ที่อยู่อาศัย
- กลุ่มกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น Easy E-Receipt
- กลุ่มเงินบริจาค ทั้งการบริจาคเพื่อการศึกษา การกีฬา และเงินบริจาคทั่วไป
เมื่อกรอกข้อมูลครบถ้วนเรียบร้อยแล้วให้กด “ถัดไป”




ขั้นตอนที่ 7 การตรวจสอบข้อมูล
ระบบจะทำการคำนวณภาษีที่ต้องชำระให้อัตโนมัติ ซึ่งหากมีการชำระภาษีไปแล้วระบบจะแจ้งยอดที่ชำระเกิน โดยสามารถขอคืนภาษีที่ชำระเกินได้ รวมถึงนำเงินภาษีที่ชำระเกินไปอุดหนุนพรรคการเมืองได้ แต่หากชำระภาษีไว้น้อยเกินไป ระบบจะให้เลือกช่องทางในการชำระเพิ่ม หลังจากตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดเรียบร้อยแล้วให้กด “ถัดไป”


ขั้นตอนที่ 8 การยืนยันยื่นแบบ
เมื่อตรวจสอบข้อมูลครบถ้วนแล้ว กด “ยืนยันการยื่นแบบ” เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาผ่านช่องทางออนไลน์

ผลการยื่นแบบ ขั้นตอนถัดไปที่คุณต้องทำ
เมื่อคุณกดยืนยันการยื่นแบบเรียบร้อยแล้ว ระบบยื่นภาษีออนไลน์จะแสดงผลลัพธ์ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กรณีหลักดังนี้
1. กรณีไม่ต้องจ่ายเพิ่ม หรือ “มียอดเงินคืนภาษี”
- หากยอดภาษีเป็นศูนย์ ระบบจะแสดงผลการยื่นแบบพร้อม หมายเลขอ้างอิง คุณสามารถดาวน์โหลดแบบแสดงรายการและใบเสร็จรับเงินเก็บไว้เป็นหลักฐานได้ทันที
- หากมียอดภาษีชำระไว้เกิน คุณมีสิทธิ์ได้รับเงินคืน กรมสรรพากรจะดำเนินการพิจารณาคืนเงินให้ โดยช่องทางที่รวดเร็วที่สุดคือ “พร้อมเพย์” (ผูกกับเลขบัตรประชาชน) หรือบัญชีธนาคารกรุงไทย
- การติดตามสถานะ คุณสามารถเช็กความคืบหน้าการคืนเงินได้ตลอดเวลาที่เว็บไซต์ กรมสรรพากร (www.rd.go.th)
2. กรณี “มีภาษีต้องชำระเพิ่มเติม”
หากยื่นภาษีออนไลน์คำนวณแล้วมียอดที่ต้องจ่ายเพิ่ม คุณสามารถเลือกดำเนินการได้ดังนี้
- ช่องทางชำระเงินที่หลากหลาย สะดวกทางไหนจ่ายทางนั้น ไม่ว่าจะเป็น QR Code, E-Payment, บัตรเครดิตออนไลน์ หรือพิมพ์ Pay-In Slip ไปจ่ายที่ Counter Service และธนาคารต่างๆ
- สิทธิ์การผ่อนชำระ 0% หากยอดภาษีที่ต้องจ่ายมีจำนวนตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป คุณสามารถเลือก “ผ่อนชำระได้ 3 งวด” โดยไม่มีดอกเบี้ย
- เงื่อนไข ต้องชำระให้ตรงตามกำหนดในแต่ละงวด (หากล่าช้าจะมีเงินเพิ่มหรือดอกเบี้ย 1.5\% ต่อเดือนของยอดที่ค้างชำระ)
- ตัวช่วยเตือน ระบบจะคำนวณยอดแต่ละงวดให้เสร็จสรรพ และจะมี SMS จากกรมสรรพากร ส่งไปแจ้งเตือนเมื่อใกล้ถึงวันกำหนดชำระ
ภาษีไม่ใช่เรื่องที่ต้อง “หนี” แต่คือเรื่องที่ต้อง “วางแผน”
การยื่นภาษีออนไลน์อย่างถูกต้องนอกจากจะเป็นหน้าที่ของพลเมืองที่ดีแล้ว ยังเป็นโอกาสสำคัญในการสำรวจ “สุขภาพการเงิน” ของตัวเองในรอบปีอีกด้วย
คำแนะนำสำหรับมือโปร: อย่ารอให้ถึงวันสุดท้ายของกำหนดการยื่นภาษี เพราะหากเอกสารไม่ครบหรือระบบยื่นภาษีออนไลน์มีปัญหา คุณอาจพลาดสิทธิประโยชน์บางอย่างไป และหากปีนี้คุณรู้สึกว่าวางแผนไม่ทัน หรือต้องจ่ายภาษีเพิ่มจนน่าตกใจ… ไม่เป็นไรค่ะ ให้ถือว่าปีนี้เป็นบทเรียนเริ่มต้นและตั้งเป้าหมายใหม่สำหรับปีหน้าแทนเพราะการวางแผนภาษีที่ดีควรเริ่มตั้งแต่วันแรกของปี เช่น การเลือกซื้อประกันหรือกองทุนลดหย่อนภาษีให้เหมาะสมกับฐานรายได้ เพื่อให้ในปีถัดไป คุณมีเงินออมมากขึ้นและเสียภาษีน้อยลงอย่างชาญฉลาด
“ยื่นภาษีออนไลน์ปีนี้ เริ่มต้นไว ได้คืนเร็ว และสบายใจตลอดทั้งปีนะคะ”
สนใจวางแผนภาษีให้คุ้ม เริ่มต้นได้กับศรีกรุงประกันชีวิต โบรคเกอร์
ศรีกรุงประกันชีวิต โบรคเกอร์ พร้อมให้คำปรึกษา เลือกแผนประกันจากหลายบริษัทชั้นนำ เพื่อให้เหมาะกับเป้าหมายทางการเงินของคุณมากที่สุด
เขียนโดย คุณนุชจรินทร์ โนบรรเทา
ผู้จัดการ การเงินการลงทุน
สนใจวางแผนภาษีให้คุ้ม เริ่มต้นได้กับ ศรีกรุงประกันชีวิต โบรคเกอร์
ศรีกรุงประกันชีวิต โบรคเกอร์ พร้อมให้คำปรึกษา เลือกแผนประกันจากหลายบริษัทชั้นนำ เพื่อให้เหมาะกับเป้าหมายทางการเงินของคุณมากที่สุด
ดูแลทุกช่วงชีวิต คิด-เพื่อ-คุณ
ติดต่อได้ที่ ศรีกรุงประกันชีวิต ใกล้บ้านท่าน
หรือติดต่อสอบถามทาง Line: @SrikrungLife
ติดต่อผ่าน Facebook: facebook.com/SKLifeBroker
โทร: 02-867-3857
กรุงเทพประกันชีวิต
เอฟดับบลิวดีประกันชีวิต
ฟิลลิปประกันชีวิต
ทีไลฟ์
แรบบิท ไลฟ์
อาคเนย์ประกันชีวิต