สรุปให้แล้ว! วิธียื่นภาษีออนไลน์ 2568 รวมทุกขั้นตอนที่มือใหม่ต้องรู้

5 February 2026 65

“ยื่นภาษีปีนี้… ใครว่ายาก? ไม่ว่าคุณจะเป็นมนุษย์เงินเดือนมือใหม่ หรือนายหน้าประกันภัยมืออาชีพ เมื่อถึงช่วงต้นปี หน้าที่สำคัญที่เลี่ยงไม่ได้คือการ ‘ยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา’ แต่เชื่อไหมคะว่า… มือใหม่หลายคนมักพลาดสิทธิประโยชน์และเงินคืนเพียงเพราะไม่รู้วิธีการที่ถูกต้อง!

บทความนี้เราจะมาเปลี่ยนเรื่องภาษีที่เคยดูน่าปวดหัว ให้กลายเป็นเรื่องง่ายที่คุณทำเองได้ที่บ้าน สรุปครบทุกขั้นตอนแบบ Step-by-Step ตั้งแต่การเตรียมเอกสารไปจนถึงเทคนิคการกดรับเงินคืนเข้ากระเป๋าให้ไวที่สุด มาเตรียมความพร้อมไปพร้อมกัน รับรองว่าอ่านจบคุณจะยื่นภาษีออนไลน์ในปี 2568 ด้วยตนเองได้แบบมือโปรแน่นอน!”

ทำความรู้จัก : ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคืออะไร? ก่อนทำการยื่นภาษีออนไลน์ 2568

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คือ ภาษีที่จัดเก็บจากบุคคลทั่วไปที่มีเงินได้ ไม่ว่าประเภทใด ชนิดใด ถ้าไม่มีกฎหมายระบุยกเว้นให้แล้วก็อยู่ในข่ายต้องเสียภาษี หากสรุปให้เข้าใจง่ายที่สุด ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ก็คือ “ภาษีที่คนที่มีรายได้ทุกคนต้องจ่ายให้กับรัฐ” นั่นเอง

โดยปกติจัดเก็บเป็นรายปี จากรายได้ที่เกิดขึ้นในปีใด ๆ (1 มกราคม-31 ธันวาคม) ผู้มีรายได้มีหน้าที่ต้องนำไปแสดงรายการตนเอง ตามแบบแสดงรายการภาษีที่กำหนดภายในเดือนมกราคมถึงมีนาคมของปีถัดไป

ใครบ้างที่ “มีหน้าที่” ต้องยื่นภาษี?

หลายคนมักสับสนว่า “เงินเดือนไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษี ไม่ต้องยื่นก็ได้มั้ง?” ความจริงคือ แม้รายได้จะไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้อง “เสียภาษี” แต่หากรายได้ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด คุณก็ยังมีหน้าที่ต้อง “ยื่นแบบ” เพื่อแสดงที่มาของรายได้ โดยสามารถเช็กเกณฑ์รายได้ขั้นต่ำที่ต้องยื่นภาษีได้จากตารางด้านล่างนี้เลย

ตารางสรุปเกณฑ์รายได้ขั้นต่ำที่ต้องยื่นภาษี 2568 (ภ.ง.ด. 90/91)

ตารางนี้ช่วยตอบคำถามว่า รายได้เท่าไหร่ต้องยื่นภาษี 2568 พร้อมสรุปให้เข้าใจง่ายว่า ต้องยื่น ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.91 ตามประเภทและลักษณะรายได้ เพื่อให้ตรวจสอบได้ทันทีและยื่นภาษีได้ถูกต้อง

ประเภทเงินได้ โสด
(รายได้ต่อปี)
สมรส
(รายได้ต่อปี)
แบบที่ต้องยื่น
เงินเดือนอย่างเดียว 120,000 บาทขึ้นไป 240,000 บาทขึ้นไป ภ.ง.ด. 91
รายได้หลายทาง / อื่น ๆ 60,000 บาทขึ้นไป 120,000 บาทขึ้นไป ภ.ง.ด. 90

เปิดปฏิทิน: ยื่นภาษีได้ถึงวันไหนบ้าง? พร้อมตัวอย่างช่วงเวลาการยื่นภาษีออนไลน์ 2568

การยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไม่ได้มีแค่รอบเดียวเสมอไป ขึ้นอยู่กับประเภทของรายได้ที่เรามี โดยสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ช่วงเวลาหลัก ดังนี้

1. ยื่นภาษีปลายปี (รอบปกติ)

เป็นการสรุปรายได้ทั้งหมดที่เกิดขึ้นตลอดทั้งปี (1 ม.ค. – 31 ธ.ค.) เพื่อยื่นในช่วงต้นปีถัดไป เป็นรอบที่ทุกคนที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ต้องยื่น

  • ช่วงเวลาการยื่น: 1 มกราคม – 31 มีนาคม ของปีถัดไป
  • ตัวอย่าง: รายได้ที่เกิดขึ้นในปี 2568 ต้องนำมายื่นแบบในช่วง 1 ม.ค. – 31 มี.ค. 2569
  • พิเศษสำหรับการยื่นออนไลน์: กรมสรรพากรมักจะขยายเวลาให้เพิ่มเติม (โดยปกติจะถึงประมาณวันที่ 8-10 เมษายน) เพื่อสนับสนุนให้คนยื่นผ่านช่องทางอินเตอร์เน็ต

2. ยื่นภาษีกลางปี (ภ.ง.ด. 94)

สำหรับคนที่มีรายได้บางประเภท (ตามมาตรา 40(5)-(8)) เช่น การเปิดร้านขายของ, การขายของออนไลน์, งานรับเหมา, วิชาชีพอิสระ (หมอ, วิศวกร, ทนาย), หรือการให้เช่าทรัพย์สิน จะต้องยื่นภาษีครึ่งปีแรกเพื่อสะสมไว้ก่อน

  • ช่วงเวลาการยื่น: 1 กรกฎาคม – 30 กันยายน ของปีนั้น ๆ
  • จุดประสงค์: เพื่อช่วยกระจายภาระภาษี ไม่ให้ต้องมาจ่ายหนักทีเดียวในช่วงปลายปี

เตรียมตัวให้พร้อม! Checklist เอกสารที่ต้องใช้ยื่นภาษีออนไลน์ 2568

ก่อนจะเริ่มคลิกยื่นภาษีออนไลน์ 2568 สิ่งสำคัญที่สุดคือการเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน เพื่อความรวดเร็วและป้องกันการกรอกข้อมูลผิดพลาด โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มหลัก ๆ ดังนี้

1. เอกสารแสดงรายได้

  • การยื่นแบบ ภ.ง.ด. 91 สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้ทางเดียว 
  • การยื่นแบบ ภ.ง.ด. 90  สำหรับคนมีรายได้อื่นที่ไม่ใช่เงินเดือน เช่น นายหน้าประกันภัย ฟรีแลนซ์ เจ้าของธุรกิจ ต้องเตรียมเอกสาร ดังนี้
    • หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ) เป็นเอกสารที่ระบุว่าในปีนั้นเรามีรายได้รวมเท่าไหร่ และถูกหักภาษีไว้ล่วงหน้าเท่าไหร่  (ปกติบริษัทหรือผู้ว่าจ้างจะออกให้)
    • รายการเดินบัญชี (Statement) / ใบเสร็จรับเงิน / บัญชีรายรับ-รายจ่าย สำหรับคนที่มีรายได้อื่น ๆ เช่น เงินปันผลจากหุ้น, ค่าเช่า หรือรายได้จากการขายสินค้า ขายของออนไลน์

2. เอกสารกลุ่มลดหย่อนภาษี

ส่วนนี้จะช่วยให้เราเสียภาษีน้อยลง หรือได้เงินคืนมากขึ้นนั่นเอง ซึ่งส่วนนี้หากเราทราบล่วงหน้าและจัดเตรียมเอกสารไว้ก่อน จะช่วยให้ยื่นภาษีออนไลน์ 2568 ได้รวดเร็วมากขึ้น

  • กลุ่มครอบครัว:
    • เลขบัตรประชาชนของบุตร
    • พ่อแม่ หนังสือรับรองการหักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา (ล.ย.03) 
    • ข้อมูลคู่สมรส เช่น สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนสมรส
  • กลุ่มประกันและกองทุน:
    • ใบเสร็จหรือหนังสือรับรองเบี้ยประกันชีวิต / ประกันสุขภาพ ปัจจุบันแจ้งความประสงค์ผ่านบริษัทประกันภัย
    • หนังสือรับรองการซื้อกองทุน  RMF / ThaiESG ปัจจุบันแจ้งความประสงค์ผ่าน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน
  • กลุ่มกระตุ้นเศรษฐกิจ:
    • เอกสารจากโครงการรัฐ เช่น Easy  E-Receipt  (ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบในรูปแบบกระดาษ และรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์)
  • กลุ่มดอกเบี้ยบ้าน:
    • หนังสือรับรองดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อที่อยู่อาศัย (ล.ย.02) ขอได้จากธนาคาร
  • กลุ่มเงินบริจาค:
    • ใบอนุโมทนาบัตร หรือข้อมูลการบริจาคผ่านระบบ e-Donation ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ต้องบริจาคผ่านระบบ E-Donation เท่านั้น

เคล็ดลับมือใหม่: ยื่นภาษีออนไลน์ 2568 ยังไงให้ได้เงินคืนไว?

  1. รวบรวมไฟล์ให้เป็นระเบียบ ก่อนยื่นภาษีออนไลน์ 2568 แนะนำให้สแกนหรือถ่ายรูปเอกสารทั้งหมดเก็บไว้ในโฟลเดอร์เดียว เผื่อกรณีสรรพากรขอเรียกดูเอกสารเพิ่มเติม จะได้ส่งได้ทันที
  2. ใช้ระบบ D-MyTax ปัจจุบันกรมสรรพากรมีระบบที่ช่วยรวบรวมข้อมูลรายได้และค่าลดหย่อนภาษีส่วนใหญ่ไว้ให้แล้ว การเข้าไปเช็กในนี้ก่อนจะช่วยให้เราเตรียมเอกสารเฉพาะส่วนที่ขาดไปได้ง่ายขึ้น สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บทความ รู้จัก D-MyTax: ผู้ช่วยอัจฉริยะที่จะทำให้การยื่นภาษีออนไลน์ “ง่ายกว่าที่เคย”

สอนยื่นภาษีออนไลน์ 2568 ฉบับมือใหม่ทำตามได้ง่ายสุด ๆ

ขั้นตอนที่ 1 การเข้าสู่ระบบกรมสรรพากร https://efiling.rd.go.th/rd-cms/

หากปีนี้เป็นปีแรกที่คุณต้องยื่นภาษีและยังไม่มีบัญชีในระบบออนไลน์ ไม่ต้องกังวลค่ะ ขั้นตอนการเริ่มต้นยื่นภาษีออนไลน์ 2568 นั้นง่ายมาก เพียงเข้าไปที่เว็บไซต์ของกรมสรรพากรแล้วทำตามนี้ได้เลย

1.1 เลือกเมนู “สมัครสมาชิก” ในหน้าแรกของระบบ E-Filing ให้มองหาปุ่มสมัครสมาชิก เพื่อลงทะเบียนสร้างบัญชีผู้ใช้งานส่วนตัว

1.2 ระบบจะให้คุณระบุข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อความปลอดภัยและความถูกต้อง ได้แก่ เลขบัตรประจำตัวประชาชน  เลขหลังบัตรประชาชน  วัน เดือน ปี เกิด ที่อยู่ปัจจุบัน และอีเมล

ขั้นตอนที่ 2  การเข้าสู่ระบบ E-filing ของกรมสรรพากร

การเข้าสู่ระบบ E-Filing เลือกวิธีที่สะดวกที่สุดสำหรับคุณเมื่อลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว การเข้าสู่ระบบเพื่อเริ่มยื่นภาษีออนไลน์สามารถทำได้ 2 ช่องทางหลัก ตามความสะดวกดังนี้

วิธีที่ 1 เข้าสู่ระบบด้วย Digital ID (วิธีที่แนะนำ ⭐)

วิธียื่นภาษีออนไลน์วิธีนี้สะดวกและมีความปลอดภัยสูงมาก โดยคุณไม่ต้องกรอกรหัสผ่านให้ยุ่งยาก เพียงแค่สแกน QR Code เพื่อยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชันที่คุณมีอยู่แล้ว ได้แก่

  1. แอปพลิเคชั่น ThaiID : จากกรมการปกครอง
  2. แอปพลิเคชั่นเป๋าตัง : ที่หลายคนมีติดเครื่องไว้
  3. แอปพลิเคชั่นธนาคารต่างๆ : ผ่านระบบ NDID

ข้อดี สะดวก รวดเร็ว และลดความเสี่ยงจากการถูกขโมยรหัสผ่าน

วิธีที่ 2  เข้าสู่ระบบด้วย RD ID

หากคุณจำรหัสผ่านที่ตั้งไว้ตอนสมัครสมาชิกได้ สามารถเลือกวิธีดั้งเดิมได้เลย

  1. กรอก เลขบัตรประชาชน ในช่องชื่อผู้ใช้งาน
  2. ระบุ รหัสผ่าน ที่คุณตั้งไว้

เตรียมมือถือไว้ข้างตัว! เพราะระบบยื่นภาษีออนไลน์จะส่งรหัส OTP มาให้ทาง SMS เพื่อยืนยันตัวตนอีกครั้งก่อนเข้าสู่หน้ายื่นแบบ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของข้อมูลคุณค่ะ

ขั้นตอนที่ 3 : การเลือกยื่นแบบภาษีเงินได้ ภ.ง.ด. 90/91

ขั้นตอนที่ 4  การกรอกข้อมูลผู้มีเงินได้

ตรวจสอบข้อมูลผู้มีเงินได้ ได้แก่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร ชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด และสถานที่ติดต่อ จากนั้นเลือกสถานะ กรณีข้อมูลมีการเปลี่ยนแปลงทำการแก้ไขได้เลย เสร็จแล้วให้กด “ถัดไป”

ขั้นตอนที่ 5  การกรอกข้อมูลรายได้

กรอกข้อมูลเงินได้ตามหนังสือรับรองภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ทุกรายการที่มีอยู่ในมือ

โดยเฉพาะผู้ที่เปลี่ยนงานระหว่างปีหรือกลุ่มนายหน้าประกันภัย หรือฟรีแลนซ์ ที่มีรายได้หลายทาง จำเป็นต้องรวบรวมหนังสือรับรองจากทุกบริษัทที่เคยทำงานมาประกอบการยื่นให้ครบทุกหมวด เพื่อความถูกต้องและรักษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีของตนเองให้ดีที่สุด เมื่อกรอกครบถ้วนแล้วกด “ถัดไป”

ขั้นตอนที่ 6 การกรอกค่าลดหย่อน

ในหน้านี้ ระบบจะให้คุณระบุสิทธิประโยชน์ต่างๆ เพื่อนำมาหักลบออกจากรายได้ ซึ่งจะช่วยให้ยอดภาษีของคุณลดลง หรือมีโอกาสได้เงินคืนมากขึ้น โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มหลักๆ ดังนี้

  • ลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัว เช่น ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดา-มารดา (ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป) และค่าลดหย่อนบุตร
  • กลุ่มประกันชีวิต การออมและลงทุน เช่น เบี้ยประกันชีวิต, เบี้ยประกันสุขภาพ, เงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) และเงินสมทบกองทุนประกันสังคมกองทุน RMF หรือกองทุน Thai ESG (อย่าลืมตรวจสอบยอดให้ตรงกับหนังสือรับรองนะคะ)
  • กลุ่มนโยบายภาครัฐ เช่น ดอกเบี้ยเงินกู้ที่อยู่อาศัย
  • กลุ่มกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น Easy E-Receipt
  • กลุ่มเงินบริจาค ทั้งการบริจาคเพื่อการศึกษา การกีฬา และเงินบริจาคทั่วไป

เมื่อกรอกข้อมูลครบถ้วนเรียบร้อยแล้วให้กด “ถัดไป”

ขั้นตอนที่ 7 การตรวจสอบข้อมูล

ระบบจะทำการคำนวณภาษีที่ต้องชำระให้อัตโนมัติ ซึ่งหากมีการชำระภาษีไปแล้วระบบจะแจ้งยอดที่ชำระเกิน โดยสามารถขอคืนภาษีที่ชำระเกินได้ รวมถึงนำเงินภาษีที่ชำระเกินไปอุดหนุนพรรคการเมืองได้ แต่หากชำระภาษีไว้น้อยเกินไป ระบบจะให้เลือกช่องทางในการชำระเพิ่ม หลังจากตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดเรียบร้อยแล้วให้กด “ถัดไป”

ขั้นตอนที่ 8 การยืนยันยื่นแบบ

เมื่อตรวจสอบข้อมูลครบถ้วนแล้ว กด “ยืนยันการยื่นแบบ” เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาผ่านช่องทางออนไลน์

ผลการยื่นแบบ ขั้นตอนถัดไปที่คุณต้องทำ

เมื่อคุณกดยืนยันการยื่นแบบเรียบร้อยแล้ว ระบบยื่นภาษีออนไลน์จะแสดงผลลัพธ์ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กรณีหลักดังนี้

1. กรณีไม่ต้องจ่ายเพิ่ม หรือ “มียอดเงินคืนภาษี”

  • หากยอดภาษีเป็นศูนย์ ระบบจะแสดงผลการยื่นแบบพร้อม หมายเลขอ้างอิง คุณสามารถดาวน์โหลดแบบแสดงรายการและใบเสร็จรับเงินเก็บไว้เป็นหลักฐานได้ทันที
  • หากมียอดภาษีชำระไว้เกิน คุณมีสิทธิ์ได้รับเงินคืน กรมสรรพากรจะดำเนินการพิจารณาคืนเงินให้ โดยช่องทางที่รวดเร็วที่สุดคือ “พร้อมเพย์” (ผูกกับเลขบัตรประชาชน) หรือบัญชีธนาคารกรุงไทย
  • การติดตามสถานะ คุณสามารถเช็กความคืบหน้าการคืนเงินได้ตลอดเวลาที่เว็บไซต์ กรมสรรพากร (www.rd.go.th)

2. กรณี “มีภาษีต้องชำระเพิ่มเติม”

หากยื่นภาษีออนไลน์คำนวณแล้วมียอดที่ต้องจ่ายเพิ่ม คุณสามารถเลือกดำเนินการได้ดังนี้

  • ช่องทางชำระเงินที่หลากหลาย สะดวกทางไหนจ่ายทางนั้น ไม่ว่าจะเป็น QR Code, E-Payment, บัตรเครดิตออนไลน์ หรือพิมพ์ Pay-In Slip ไปจ่ายที่ Counter Service และธนาคารต่างๆ
  • สิทธิ์การผ่อนชำระ 0% หากยอดภาษีที่ต้องจ่ายมีจำนวนตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป คุณสามารถเลือก “ผ่อนชำระได้ 3 งวด” โดยไม่มีดอกเบี้ย
    • เงื่อนไข ต้องชำระให้ตรงตามกำหนดในแต่ละงวด (หากล่าช้าจะมีเงินเพิ่มหรือดอกเบี้ย 1.5\% ต่อเดือนของยอดที่ค้างชำระ)
  • ตัวช่วยเตือน ระบบจะคำนวณยอดแต่ละงวดให้เสร็จสรรพ และจะมี SMS จากกรมสรรพากร ส่งไปแจ้งเตือนเมื่อใกล้ถึงวันกำหนดชำระ

ภาษีไม่ใช่เรื่องที่ต้อง “หนี” แต่คือเรื่องที่ต้อง “วางแผน”

การยื่นภาษีออนไลน์อย่างถูกต้องนอกจากจะเป็นหน้าที่ของพลเมืองที่ดีแล้ว ยังเป็นโอกาสสำคัญในการสำรวจ “สุขภาพการเงิน” ของตัวเองในรอบปีอีกด้วย

คำแนะนำสำหรับมือโปร: อย่ารอให้ถึงวันสุดท้ายของกำหนดการยื่นภาษี เพราะหากเอกสารไม่ครบหรือระบบยื่นภาษีออนไลน์มีปัญหา คุณอาจพลาดสิทธิประโยชน์บางอย่างไป และหากปีนี้คุณรู้สึกว่าวางแผนไม่ทัน หรือต้องจ่ายภาษีเพิ่มจนน่าตกใจ… ไม่เป็นไรค่ะ ให้ถือว่าปีนี้เป็นบทเรียนเริ่มต้นและตั้งเป้าหมายใหม่สำหรับปีหน้าแทนเพราะการวางแผนภาษีที่ดีควรเริ่มตั้งแต่วันแรกของปี เช่น การเลือกซื้อประกันหรือกองทุนลดหย่อนภาษีให้เหมาะสมกับฐานรายได้ เพื่อให้ในปีถัดไป คุณมีเงินออมมากขึ้นและเสียภาษีน้อยลงอย่างชาญฉลาด

“ยื่นภาษีออนไลน์ปีนี้ เริ่มต้นไว ได้คืนเร็ว และสบายใจตลอดทั้งปีนะคะ”

สนใจวางแผนภาษีให้คุ้ม เริ่มต้นได้กับศรีกรุงประกันชีวิต โบรคเกอร์

ศรีกรุงประกันชีวิต โบรคเกอร์ พร้อมให้คำปรึกษา เลือกแผนประกันจากหลายบริษัทชั้นนำ เพื่อให้เหมาะกับเป้าหมายทางการเงินของคุณมากที่สุด

เขียนโดย คุณนุชจรินทร์ โนบรรเทา
ผู้จัดการ การเงินการลงทุน

สนใจวางแผนภาษีให้คุ้ม เริ่มต้นได้กับ ศรีกรุงประกันชีวิต โบรคเกอร์
ศรีกรุงประกันชีวิต โบรคเกอร์ พร้อมให้คำปรึกษา เลือกแผนประกันจากหลายบริษัทชั้นนำ เพื่อให้เหมาะกับเป้าหมายทางการเงินของคุณมากที่สุด