คนไทยยุคใหม่มองประกันชีวิตเป็น “เครื่องมือสร้างความมั่นคง” มากกว่าค่าใช้จ่าย

19 June 2026 57

ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ทั้งภาวะเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ยที่ผันผวน รวมถึงความกังวลด้านค่าครองชีพ แต่อุตสาหกรรมประกันชีวิตไทยกลับยังคงเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยยังให้ความสำคัญกับ “ความมั่นคงทางการเงิน” และการบริหารความเสี่ยงในระยะยาวมากขึ้น

ข้อมูลจากสมาคมประกันชีวิตไทย ระบุว่า ปี 2568 อุตสาหกรรมประกันชีวิตไทยเติบโตถึง 3.45% มีเบี้ยรับประกันภัยรวมกว่า 676,505 ล้านบาท โดยเบี้ยประกันภัยใหม่เติบโต 3.60% ขณะที่เบี้ยประกันภัยปีต่ออายุเติบโต 3.40% และที่น่าสนใจคือ อัตราการคงอยู่ของกรมธรรม์สูงถึง 82% ซึ่งถือเป็นสัญญาณสำคัญที่สะท้อนว่า คนไทยยังเชื่อมั่นในระบบประกันชีวิต และมองว่าประกันไม่ใช่เพียงค่าใช้จ่าย แต่เป็น “เครื่องมือวางแผนชีวิต” ที่จำเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ

Key Takeaway

  • อุตสาหกรรมประกันชีวิตไทยยังเติบโตต่อเนื่อง สะท้อนว่าคนไทยยุคใหม่มองประกันชีวิตเป็นเครื่องมือสร้างความมั่นคงทางการเงินและการวางแผนชีวิตระยะยาว
  • ประกันสุขภาพและประกันโรคร้ายแรงได้รับความนิยมสูง จากค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้นและการเข้าสู่สังคมสูงวัย
  • ประกันชีวิตแบบบำนาญและประกันชีวิตควบการลงทุนเติบโตมากขึ้น เพราะตอบโจทย์ทั้งการวางแผนเกษียณ การสร้างรายได้ในอนาคต และการเพิ่มโอกาสเติบโตของเงินลงทุน
  • ตัวแทนและนายหน้าประกันชีวิตต้องปรับบทบาทสู่การเป็นที่ปรึกษาทางการเงินมากกว่านักขาย สามารถให้คำแนะนำ วางแผน และดูแลในระยะยาวได้จริง
  • แนวโน้มอุตสาหกรรมประกันชีวิตในปี 2569 คาดว่ายังเติบโตต่อเนื่อง จากปัจจัยเงินเฟ้อทางการแพทย์ สังคมผู้สูงวัย มาตรการภาษีจากภาครัฐ รวมถึงเทคโนโลยีดิจิทัลที่ช่วยให้คนไทยเข้าถึงประกันชีวิตได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น

“ประกันสุขภาพ” ดาวเด่นแห่งยุคค่ารักษาพยาบาลพุ่ง

เมื่อแยกดูตามประเภทผลิตภัณฑ์ประกัน จะเห็นภาพชัดเจนว่า “ประกันสุขภาพ” กลายเป็นพระเอกของอุตสาหกรรม โดยเติบโตสูงถึง 11.70% ขณะที่ประกันโรคร้ายแรงเติบโต 4.59%

หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือ “เงินเฟ้อทางการแพทย์” ที่พุ่งสูงถึง 10.8% หรือพูดง่าย ๆ คือ ค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นเร็วกว่าความมั่งคั่งของหลายครอบครัว ทำให้ประกันสุขภาพจากเดิมที่เคยถูกมองเป็นทางเลือกกลายเป็น “สินค้าจำเป็น” สำหรับหลายคน

นอกจากนี้ ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ “สังคมสูงวัยระดับสุดยอด” ในปี 2572 ทำให้คนไทยเริ่มเตรียมความพร้อมเรื่องสุขภาพและการเงินมากขึ้น บริษัทประกันหลายแห่งจึงขยายอายุความคุ้มครองประกันสุขภาพไปถึง 80 ปี และบางแห่งขยายถึง 90 ปี เพื่อตอบโจทย์สังคมผู้สูงวัยโดยตรง

กระแสนี้ยังส่งผลให้ “ประกันชีวิตแบบบำนาญ” เติบโตถึง 9.14% เพราะผู้คนเริ่มมองหาเครื่องมือสร้างรายได้หลังเกษียณควบคู่กับการดูแลสุขภาพในระยะยาว

ขณะเดียวกัน การซื้อสัญญาประกันภัยเพิ่มเติมด้านสุขภาพและโรคร้ายแรง ยังช่วยผลักดันให้ประกันชีวิตตลอดชีพเติบโต 5.64% อีกด้วย

คนไทยเริ่มมองประกันชีวิตเป็น “เครื่องมือสร้างเสถียรภาพการเงิน”

อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่น่าจับตามองคือ Unit-Linked หรือประกันชีวิตควบการลงทุน ซึ่งเติบโตสูงถึง 15.75%

ตัวเลขนี้สะท้อนชัดว่า คนไทยยุคใหม่ไม่ได้มองประกันชีวิตเป็นเพียงการคุ้มครองความเสี่ยงอีกต่อไป แต่เริ่มมองว่าเป็น “เครื่องมือบริหารชีวิตทางการเงิน” ที่ช่วยสร้างทั้งความคุ้มครองและโอกาสในการเติบโตของเงินลงทุนไปพร้อมกัน

ความเชื่อมั่นดังกล่าวยังได้รับแรงสนับสนุนจากเสถียรภาพของธุรกิจประกันชีวิตไทย ที่มีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR Ratio) สูงถึง 442.41% หรือสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานกว่า 3 เท่า จึงช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้เอาประกันได้ในระยะยาว

เกมใหม่ของ “ช่องทางขายประกันชีวิต” เมื่อผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรม

แม้ช่องทางตัวแทนยังคงเป็นช่องทางหลักของธุรกิจประกันชีวิต แต่การเติบโตเริ่มชะลอลงเมื่อเทียบกับช่องทางอื่น ๆ

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือ “ช่องทางดิจิทัล” ที่เติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 72.45% แม้สัดส่วนตลาดยังไม่ใหญ่มาก แต่ถือเป็นสัญญาณสำคัญว่า พฤติกรรมผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนอย่างชัดเจน

ผู้บริโภคยุคใหม่เริ่มคุ้นชินกับการเปรียบเทียบข้อมูลผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ หรือ InsurTech มากขึ้น หลายคนเลือกซื้อประกันผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันด้วยตัวเอง เพราะสะดวก รวดเร็ว และเปรียบเทียบราคาได้ง่าย ส่งผลให้บทบาทของ “คนกลางแบบดั้งเดิม” เริ่มถูกลดทอนลง

อย่างไรก็ตาม ประกันบางประเภท โดยเฉพาะแบบที่มีความซับซ้อน ยังจำเป็นต้องอาศัยคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ทำให้ “นายหน้าประกันชีวิต” หรือโบรคเกอร์ประกันภัยยังคงมีบทบาทสำคัญ และเติบโตถึง 7.07%

จุดแข็งของโบรคเกอร์ประกันภัยคือ การสามารถเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตจากหลายบริษัท ทั้งด้านความคุ้มครอง ราคา และบริการหลังการขาย อีกทั้งยังมีความเชี่ยวชาญในการดูแลลูกค้าองค์กร โดยเฉพาะประกันกลุ่ม ซึ่งช่วยตอบโจทย์ฝ่าย HR ขององค์กรต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในส่วนของช่องทางธนาคารเติบโต 4.61% โดยมี “ประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ” หรือ MRTA เป็นหัวใจสำคัญ เนื่องจากผู้เอาประกันที่ขอสินเชื่อบ้านมักกังวลเรื่องภาระหนี้ หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน ประกันชีวิตลักษณะนี้จึงตอบโจทย์ได้ตรงจุด อีกทั้งยังสามารถรวมค่าเบี้ยเข้ากับยอดกู้ ทำให้ผู้เอาประกันไม่ต้องจ่ายเงินก้อนเพิ่มเติม

แต่ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและการปล่อยสินเชื่อที่ลดลง ก็อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้การขายประกันชีวิตผ่านช่องทางธนาคารเติบโตได้ไม่มากนัก

“คนขายประกันชีวิต” ต้องเปลี่ยนจากเซลส์สู่ที่ปรึกษา

เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป บทบาทของคนกลางในธุรกิจประกันชีวิตก็ต้องปรับตัวตามเช่นกัน

วันนี้การเป็นเพียง “นักขาย” อาจไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะสิ่งที่ผู้เอาประกันต้องการคือ “ที่ปรึกษา” ที่สามารถให้คำแนะนำ วางแผน และดูแลในระยะยาวได้จริง ทำให้การแข่งขันด้านบริการเริ่มเข้มข้นขึ้นในทุกช่องทาง

ผู้ที่สามารถเข้าใจความต้องการของผู้เอาประกันได้ลึกซึ้ง พร้อมนำเสนอทางออกที่เหมาะสม จะกลายเป็นผู้ได้เปรียบในยุคใหม่ของธุรกิจประกันชีวิต

ปี 2569 ธุรกิจประกันชีวิตยังโตต่อ…แต่ความท้าทายก็ยังรออยู่

สำหรับแนวโน้มปี 2569 คาดว่าอุตสาหกรรมประกันชีวิตไทยยังเติบโตต่อเนื่องในระดับ 2.50–3.50% โดยมีแรงสนับสนุนจากหลายปัจจัย ทั้งเงินเฟ้อทางการแพทย์ สังคมผู้สูงวัย มาตรการภาษีจากภาครัฐ รวมถึงเทคโนโลยีดิจิทัลที่ช่วยให้คนไทยเข้าถึงประกันชีวิตได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น

อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมยังต้องเผชิญความท้าทายจากเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน อัตราดอกเบี้ย เงินเฟ้อ มาตรฐานบัญชีใหม่ TFRS17 ตลอดจนความเสี่ยงด้านภูมิอากาศและโรคอุบัติใหม่ ซึ่งทั้งหมดอาจส่งผลต่อกำลังซื้อและพฤติกรรมการตัดสินใจของผู้บริโภคในอนาคต

แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือ วันนี้ “ประกันชีวิต” ไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงเครื่องมือคุ้มครองความเสี่ยงอีกต่อไป หากกำลังก้าวสู่การเป็น “ส่วนหนึ่งของการวางแผนชีวิตและการเงิน” ของคนไทยในยุคใหม่อย่างเต็มตัว

คำถามที่พบบ่อย

ประกันชีวิต คืออะไร?
ประกันชีวิต คือ สัญญาที่ผู้เอาประกันชำระเบี้ยประกันให้บริษัทประกัน และเมื่อเกิดเหตุการณ์ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ในกรณีเสียชีวิตหรืออยู่จนครบกำหนดสัญญา บริษัทประกันจะจ่ายเงินผลประโยชน์ให้ผู้เอาประกันหรือผู้รับผลประโยชน์ที่ระบุไว้

ทำไมต้องทำประกันชีวิต?
ประกันชีวิตช่วยสร้างความมั่นคงทางการเงิน ลดผลกระทบจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น การเสียชีวิต ทุพพลภาพ หรือการสูญเสียรายได้ พร้อมช่วยวางแผนการออม การเกษียณ และใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด

แนวโน้มธุรกิจประกันชีวิตไทยปี 2569 เป็นอย่างไร?
คาดว่าอุตสาหกรรมประกันชีวิตไทยยังเติบโตต่อเนื่องในระดับ 2.50–3.50% โดยมีแรงสนับสนุนจากหลายปัจจัย ทั้งเงินเฟ้อทางการแพทย์ สังคมผู้สูงวัย มาตรการภาษีจากภาครัฐ รวมถึงเทคโนโลยีดิจิทัลที่ช่วยให้คนไทยเข้าถึงประกันชีวิตได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น

หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประกันชีวิตสามารถติดต่อได้ที่ “ศรีกรุงโบรคเกอร์ ภาคตะวันตก” หรือติดต่อศรีกรุงโบรคเกอร์ได้ทุกสาขาทั่วประเทศ พวกเราทีมศรีกรุงภาคตะวันตก พร้อมดูแลและให้คำปรึกษากับทุก ๆ ท่านที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับประกันชีวิต ประกันสุขภาพและประกันโรคร้ายแรง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

สมาคมประกันชีวิตไทย. (2569). สมาคมประกันชีวิตไทยเผยภาพรวมผลการดำเนินงาน ปี 68 พร้อมกางยุทธศาสตร์รับมือปัจจัยท้าทายและแนวโน้มการเติบโตต่อเนื่องในปี 69

บทความโดย คุณศิริพร วันดี
ผู้อำนวยการภาคตะวันตก บริษัท ศรีกรุงโบรคเกอร์ จำกัด