
จากเหตุการณ์รถไฟชนรถเมล์ที่ผ่านมา เราอาจจะได้เห็นข้อมูลจากแหล่งข่าวหลาย ๆ แห่งที่กล่าวถึงเงินช่วยเหลือจากหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ไม่ว่าเงินนั้นจะมาจากการช่วยเหลือเยียวยาของ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ รวมถึงค่าสินไหมทดแทนที่ได้จากความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยตามกฎหมายที่กำหนดให้ผู้ประกอบการต้องทำให้กับผู้ใช้บริการ อย่างเช่น ประกันภัยรถยนต์ (รถเมล์) เป็นต้น นั่นเอง
Key Takeaway
- อุบัติเหตุสาธารณะ คือ อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในขณะที่โดยสารอยู่ในยานพาหนะสาธารณะหรืออยู่ในลิฟท์สาธารณะ หรืออยู่ในอาคารสาธารณะและเกิดเพลิงไหม้ขึ้นในอาคารสาธารณะนั้น
- ประกันชีวิตและประกันอุบัติเหตุบางผลิตภัณฑ์ หากเสียชีวิตจาก “อุบัติเหตุสาธารณะ” อาจได้รับความคุ้มครองเพิ่มขึ้น เช่น ค่าสินไหมอุบัติเหตุเพิ่มเป็น 2 เท่า ทั้งนี้ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
- ประกันชีวิตและประกันอุบัติเหตุ ช่วยปกป้องคุณและครอบครัวเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น แม้เป็นเหตุสุดวิสัยก็ตาม
แต่อย่าลืมว่า นอกเหนือจากเงินช่วยเหลือหรือค่าสินไหมทดแทนสำหรับอุบัติเหตุที่กล่าวข้างต้นนั้น กรมธรรม์ประกันภัยที่เราทำเพื่อปกป้องความเสี่ยงให้กับตัวเราเองหรือคนในครอบครัวที่เรารัก ไม่ว่าจะเป็นประกันชีวิต ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) ก็ให้ความคุ้มครองสำหรับเหตุการณ์หรืออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นโดยไม่มีใครคาดคิดด้วยเหมือนกัน และยิ่งไปกว่านั้นในบางครั้งเราก็อาจจะไม่รู้ว่า แม้เหตุการณ์นั้นจะเป็นอุบัติเหตุเหมือนกัน แต่หากเหตุการณ์นั้นเข้าข่ายคำนิยามที่เปลี่ยนไปจากคำว่า “อุบัติเหตุทั่วไป” เป็น “อุบัติเหตุสาธารณะ” ความคุ้มครองจากกรมธรรม์ที่เราซื้ออาจให้ความคุ้มครองสูงกว่าที่เราคิดอีกด้วย
ก่อนอื่น เราต้องเรียนรู้ว่า “อุบัติเหตุสาธารณะ” คืออะไร?
อุบัติเหตุสาธารณะ คือ เหตุการณ์ไม่คาดคิดที่เกิดขึ้นในขณะที่อยู่ในสถานที่สาธารณะหรือขณะที่กำลังใช้บริการขนส่งสาธารณะ ดังต่อไปนี้
- ขณะที่เป็นผู้โดยสารและเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับยานพาหนะสาธารณะ
- ขณะที่เป็นผู้โดยสารลิฟท์และเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับลิฟท์สาธารณะสำหรับบรรทุกบุคคลหรือของ ระหว่างชั้นในอาคารสาธารณะ ทั้งนี้ไม่รวมถึงลิฟท์ที่ใช้ในเหมืองแร่ หรือสถานที่ก่อสร้าง
- ขณะที่อยู่ในอาคารสาธารณะในเวลาที่เปิดให้บริการแก่บุคคลทั่วไป และเกิดไฟไหม้ขึ้นในอาคารสาธารณะนั้น รวมถึงการกระโดดหนีไฟเพื่อรักษาชีวิตด้วย

จากเหตุการณ์นี้ แน่นอนมันคือ อุบัติเหตุ ดังนั้น กรมธรรม์ประกันภัยโดยทั่วไปจะให้ความคุ้มครอง ดังต่อไปนี้
- หากมีกรมธรรม์ประกันชีวิต : กรมธรรม์นี้จะให้ความคุ้มครองเป็นเงินก้อนในกรณีที่ผู้เอาประกันเสียชีวิต โดยจะจ่ายทุนประกันชีวิตให้กับผู้รับประโยชน์ที่ระบุชื่อไว้ในกรมธรรม์
- หากมีกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล หรือกรณีซื้อเป็นสัญญาเพิ่มเติมอุบัติเหตุแนบไว้กับกรมธรรม์ประกันชีวิตเพิ่มเติม : บริษัทจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนหรือทุนสำหรับการเอาประกันภัยอุบัติเหตุให้กับผู้รับประโยชน์ (หากเป็นการซื้อสัญญาเพิ่มเติมอุบัติเหตุแนบกับกรมธรรม์หรือสัญญาหลักประกันชีวิต ทุนเอาประกันภัยอุบัติเหตุที่บริษัทจ่ายให้จะจ่ายเพิ่มเติมจากทุนประกันชีวิตหลักอีกหนึ่งก้อน)
แต่จากเหตุการณ์รถไฟชนรถเมล์นี้ นอกจากเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดซึ่งเรารู้กันดีว่า คือ อุบัติเหตุ แต่มันไม่ใช่ “อุบัติเหตุธรรมดา” หรือ “อุบัติเหตุทั่วไป” ที่เราอาจได้พบเห็นกันบ่อย แต่เหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์ที่น่าสะเทือนใจและเข้าข่ายนิยามคำว่า “อุบัติเหตุสาธารณะ” ตามข้อมูลข้างต้น กรณีเช่นนี้ แผนประกันของหลาย ๆ บริษัทอาจมีการให้ความคุ้มครองเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าจากกรณีเกิดอุบัติเหตุสาธารณะอีกด้วย นั่นหมายความว่า หากเราซื้อประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล หรือกรณีซื้อเป็นสัญญาเพิ่มเติมอุบัติเหตุแนบไว้กับกรมธรรม์ประกันชีวิตหลัก และบริษัทให้ความคุ้มครองถึงอุบัติเหตุสาธารณะด้วยนั้น จะส่งผลทำให้การสูญเสียครั้งนั้น นอกจากทุนเอาประกันภัยอุบัติเหตุปกติที่ผู้รับประโยชน์หรือทายาทผู้เอาประกันภัยจะได้รับ 1 ก้อนแล้ว บริษัทยังดับเบิ้ลทุนเอาประกันภัยอุบัติเหตุนี้ให้กับผู้รับประโยชน์หรือทายาทของผู้เอาประกันภัยเพิ่มอีก 1 ก้อน รวมเป็นเงินค่าสินไหมทดแทนสำหรับอุบัติเหตุสาธารณะที่จะได้รับทั้งสิ้นเป็นเงินจำนวน 2 ก้อน หรือ 2 เท่าของความคุ้มครองที่เราพึงได้นั่นเอง (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไข รายละเอียดและความคุ้มครองของแผนประกันที่ซื้อไว้)
การตระหนักถึงความเสี่ยงที่อยู่รอบตัวเรา

บทความนี้ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้กับผู้อ่านในการตระหนักถึงความเสี่ยงที่อยู่รอบตัวเรามากมายเหลือเกินในวันนี้ บางอย่างเราอาจจะป้องกันได้ และบางอย่างเราอาจจะป้องกันไม่ได้ ซึ่งเราเองก็อาจจะไม่ใช่สาเหตุของสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยซ้ำ แต่ในหลายครั้งเราและครอบครัวต้องตกเป็นผู้ได้รับความเสียหายหรือเคราะห์กรรมในครั้งนั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และแน่นอนการพลัดพรากจากคนที่รักย่อมเจ็บปวด และก็ไม่มีใครที่สามารถทดแทนหรือเยียวยาความรู้สึกของความสูญเสียหรือความเจ็บปวดในครั้งนั้นแทนเราได้ นั่นเป็นเพราะสิ่งนั้นคือความรู้สึกที่ต้องใช้เวลาในการเยียวยาให้ค่อยๆเบาบางลง แต่ชีวิตก็คือชีวิตที่คนอยู่ต่อต้องดำเนินต่อไปให้ได้ จากเหตุการณ์นี้จึงอยากให้ทุกคนเริ่มตระหนักถึงการวางแผนให้กับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดซึ่งถือเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับยุคที่มีความเสี่ยงมากมายขนาดนี้ เพราะ “อุบัติเหตุไม่ได้เลือกเวลาเกิด และโรคภัยก็ไม่ได้บอกเราล่วงหน้า” ดังนั้น “ประกันจึงเป็นสิ่งหนึ่งที่เราอยากให้ซื้อ…แต่ “ไม่อยากให้ใช้” แต่หากถึงคราวจำเป็นขึ้นมา… มันช่วยชีวิตคุณและคนที่คุณรักให้ไปต่อได้จริง ๆ”
ท้องถนนคือความไม่แน่นอน ดูแลตัวเองดีแค่ไหน ก็อาจป้องกันเหตุสุดวิสัยไม่ได้
วินัยจราจรช่วยลดความเสี่ยง แต่ “ประกันชีวิตและประกันอุบัติเหตุ” ช่วยปกป้องดูแลคุณและคนที่คุณรัก
นั่นเป็นเพราะประกันอาจไม่ได้ทำเพราะตัวเราต้องจากไป แต่เพราะเพื่อให้คนที่เรารักต้องอยู่รอดได้…แม้วันที่เสาหลักต้องจำจากไป…ต่างหากล่ะ
บทความโดย คุณดวงสมร อรุณสวัสดี
กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีกรุงประกันชีวิตโบรคเกอร์ จำกัด
ดูแลทุกช่วงชีวิต คิด-เพื่อ-คุณ
ติดต่อได้ที่ ศรีกรุงประกันชีวิต ใกล้บ้านท่าน
หรือติดต่อสอบถามทาง Line: @SrikrungLife
ติดต่อผ่าน Facebook: facebook.com/SKLifeBroker
โทร: 02-867-3857
กรุงเทพประกันชีวิต
เอฟดับบลิวดีประกันชีวิต
ทีไลฟ์
แรบบิท ไลฟ์
อาคเนย์ประกันชีวิต