ก่อนโพสต์เรื่องประกันชีวิต เช็กให้ชัวร์! Content Creator สื่อสารอะไรได้ และเรื่องไหนต้องมีใบอนุญาต?

7 September 2026 108

คู่มือทำคอนเทนต์ประกันชีวิตตามแนวปฏิบัติ สำนักงาน คปภ. 2569

  • ทำคลิปเปรียบเทียบประกันชีวิตแบบตลอดชีพกับแบบสะสมทรัพย์ได้ไหม?
  • รีวิวประสบการณ์รับเงินคืนหรือใช้สิทธิจากสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพได้หรือเปล่า?
  • หากมีคนบอกอายุ รายได้ และภาระครอบครัว แล้วถามว่าควรทำทุนประกันเท่าไร เราตอบให้เลยได้หรือไม่?

คำถามเหล่านี้สำคัญ เพราะคอนเทนต์ประกันชีวิตไม่เหมือนรีวิวสินค้าทั่วไป ข้อมูลเพียงหนึ่งประโยคอาจส่งผลต่อเงิน สิทธิ ความคุ้มครอง ผู้รับประโยชน์ และการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนของผู้บริโภค

ประกันชีวิตยังมีหลายรูปแบบ เช่น แบบชั่วระยะเวลา ตลอดชีพ สะสมทรัพย์ บำนาญ สัญญาเพิ่มเติมสุขภาพหรือโรคร้ายแรง และประกันชีวิตควบการลงทุน แต่ละแบบมีระยะเวลาชำระเบี้ย ความคุ้มครอง ผลประโยชน์ เงื่อนไข และข้อยกเว้นต่างกัน Content Creator จึงต้องรู้ว่าเรื่องใดให้ความรู้ได้ และเรื่องใดควรส่งต่อให้ผู้มีใบอนุญาตตัวแทนหรือนายหน้าประกันชีวิต (ใบอนุญาตฯ)

Key Takeaway

  • Content Creator ที่ไม่มีใบอนุญาตประกันชีวิตสามารถให้ความรู้ อธิบายคำศัพท์ ความคุ้มครอง ผลประโยชน์ และข้อยกเว้นของประกันชีวิตได้ โดยต้องนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน
  • การเลือกแผนประกันชีวิต กำหนดทุนประกัน วิเคราะห์ความเหมาะสมเฉพาะบุคคล ชักชวน หรืออำนวยความสะดวกให้ทำประกันชีวิตกับบริษัทใดบริษัทหนึ่ง ต้องดำเนินการโดยบริษัทประกันชีวิตหรือผู้มีใบอนุญาตตามกฎหมาย
  • ผู้ไม่มีใบอนุญาตฯ สามารถรับงานโฆษณาประกันชีวิตได้ภายใต้เงื่อนไข เช่น มีข้อตกลงและการอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษร เปิดเผยผู้ว่าจ้างและสถานะใบอนุญาตฯ รวมถึงไม่รับค่าตอบแทนที่แปรผันตามจำนวนกรมธรรม์หรือเบี้ยประกันชีวิต
  • Disclaimer หรือแฮชแท็กโฆษณาไม่สามารถใช้แทนใบอนุญาตฯ ได้ Creator จึงควรตรวจสอบเนื้อหา Caption, Call to Action (CTA), ลิงก์ปลายทาง และการตอบคอมเมนต์หรือ DM ทั้งก่อนและหลังเผยแพร่

ทำไมเรื่องประกันชีวิตจึงต้องสื่อสารอย่างระมัดระวัง

ประกันชีวิตเป็นสัญญาระยะยาว แบบประกันที่ชื่อคล้ายกันอาจมีระยะเวลาชำระเบี้ย ความคุ้มครอง เงินคืน ผลประโยชน์เมื่อครบสัญญา และมูลค่าเวนคืนต่างกัน ผู้ชมจึงต้องตรวจสอบความคุ้มครองของกรมธรรม์ ไม่ใช่ตัดสินจากชื่อแผนหรือข้อความโฆษณา

ผลประโยชน์บางส่วนอาจรับรองตามสัญญา ขณะที่บางส่วนอาจไม่รับรองหรือขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงาน การรวมทุกตัวเลขแล้วเรียกว่า “ผลตอบแทนการันตี” จึงอาจทำให้เข้าใจผิด

การยกเลิกกรมธรรม์เดิมอาจกระทบมูลค่าและความคุ้มครอง ส่วนสิทธิลดหย่อนภาษีก็ขึ้นอยู่กับประเภทกรมธรรม์ คุณสมบัติ และหลักเกณฑ์ในปีนั้น Creator จึงไม่ควรแนะนำให้เปลี่ยนกรมธรรม์หรือรับรองว่าใครจะใช้สิทธิได้เต็มจำนวน

คอนเทนต์ออนไลน์ยังถูกค้นหาและแชร์ต่อได้อีกนาน หากเงื่อนไขผลิตภัณฑ์เปลี่ยนไป Creator ควรระบุแหล่งข้อมูลและช่วงเวลาที่ใช้อ้างอิง พร้อมกลับมาตรวจสอบหรือแก้ไขเนื้อหาเมื่อพบว่าข้อมูลไม่เป็นปัจจุบัน

แนวปฏิบัติ คปภ. 2569 ในการทำคอนเทนต์ประกันชีวิตเกี่ยวข้องกับใครบ้าง

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 สำนักงาน คปภ. ได้ออกแนวปฏิบัติที่ดีสำหรับบุคคลที่ไม่ได้รับใบอนุญาตเป็นตัวแทนหรือนายหน้าประกันภัย กรณีการเผยแพร่เนื้อหาเกี่ยวกับประกันภัยผ่านสื่อดิจิทัล เช่น

  • Influencer, Blogger และ Content Creator
  • ผู้ทำเพจ เว็บไซต์ Podcast หรือ Livestream
  • ผู้รีวิวประสบการณ์ใช้บริการหรือเคลมประกัน
  • บุคคลทั่วไปที่โพสต์ เปรียบเทียบ หรือแชร์ข้อมูลประกันภัย

แนวปฏิบัตินี้ไม่ได้ห้ามคนทั่วไปพูดเรื่องประกัน แต่ทำให้เส้นแบ่งชัดขึ้นว่า “การให้ข้อมูลทั่วไป” สามารถทำได้ ขณะที่การชักชวน ชี้ช่อง จัดการให้ทำสัญญาประกันชีวิต หรือแนะนำเฉพาะบุคคล เป็นการกระทำที่ต้องดำเนินการโดยพนักงานของบริษัทประกันชีวิต หรือผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นตัวแทนหรือนายหน้าประกันชีวิตตามที่กฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิตกำหนด

การพิจารณาไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ติดตามหรือการได้รับค่าตอบแทนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องประเมินจากองค์ประกอบโดยรวม ได้แก่ เนื้อหาที่นำเสนอ ข้อความชวนให้ซื้อหรือติดต่อ ลิงก์เชื่อมโยง ผลประโยชน์ตอบแทน และพฤติกรรมการสื่อสาร

Content Creator สื่อสารอะไรได้บ้าง และคอนเทนต์ประกันชีวิตเรื่องไหนต้องมีใบอนุญาตฯ

หลักง่าย ๆ คือ Creator สามารถให้ข้อมูลเพื่อช่วยให้ประชาชนเกิดความ “เข้าใจประกันชีวิต” ได้ แต่ไม่สามารถกระทำการเลือกบริษัทประกันภัย เลือกแผนประกัน กำหนดทุนประกัน ชักชวนหรือชี้ช่องให้ทำกรมธรรม์ประกันชีวิตกับบริษัทประกันภัยรายใดรายหนึ่งได้หากไม่มีใบอนุญาตฯ

ให้ความรู้ทั่วไปได้ เรื่องที่ต้องมีใบอนุญาตฯ หรือควรส่งต่อผู้มีใบอนุญาตฯ
อธิบายประเภท หลักการ และคำศัพท์ประกันชีวิต ชักชวนหรือชี้ช่องให้ซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิตกับบริษัทประกันชีวิตรายใดรายหนึ่งโดยเฉพาะ
อธิบายความคุ้มครอง ผลประโยชน์ และข้อยกเว้นตามกรมธรรม์ วิเคราะห์หรือแนะนำว่าแผนประกันชีวิตแผนใดเหมาะกับบุคคลคนใดคนหนึ่ง
เปรียบเทียบข้อเท็จจริงโดยใช้เกณฑ์มาตรฐานเดียวกัน แนะนำทุนประกันชีวิต เบี้ย หรือระยะเวลาชำระเบี้ยเฉพาะบุคคล
อธิบายความแตกต่างของส่วนที่รับรองและไม่รับรอง วิเคราะห์ว่าผลประโยชน์หรือความเสี่ยงของแผนใดเหมาะกับบุคคลนั้น
เล่าประสบการณ์ส่วนตัวและระบุว่าเป็นกรณีเฉพาะบุคคล เชื่อมโยงหรืออำนวยความสะดวกให้ทำกรมธรรม์ประกันชีวิตกับบริษัทประกันชีวิตรายใดรายหนึ่งโดยเฉพาะ
แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลและปรึกษาผู้มีใบอนุญาตฯ ก่อนการตัดสินใจซื้อประกันชีวิต รับค่าตอบแทนที่แปรผันตามจำนวนกรมธรรม์หรือเบี้ยประกันภัย
รายงานข่าว สถิติ หรือข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ การเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์ จะต้องใช้สื่อที่ได้รับความเห็นชอบจากบริษัทประกันชีวิตแล้วเท่านั้น

4 ตัวอย่างคอนเทนต์ประกันชีวิตที่ Creator ทำได้และควรระมัดระวัง

1. ความคุ้มครองชีวิตและการกำหนดทุนประกัน

ทำได้: อธิบายว่าทุนประกันชีวิตคืออะไร ผู้รับประโยชน์มีบทบาทอย่างไร หรือยกตัวอย่างปัจจัยทั่วไปที่มักนำมาพิจารณา เช่น ภาระหนี้ ค่าใช้จ่ายครอบครัว และเป้าหมายในอนาคต
ข้อห้าม (หากไม่มีใบอนุญาตฯ): ให้ผู้ชมส่งอายุ รายได้ หนี้สิน และจำนวนสมาชิกในครอบครัวมา แล้วสรุปว่า “คุณต้องทำทุนประกันภัยเท่านี้ และซื้อแผนประกันนี้ของบริษัทนี้”

2. ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์และบำนาญ

ทำได้: อธิบายระยะเวลาชำระเบี้ยประกันภัย ความคุ้มครอง เงินคืน ผลประโยชน์เมื่อครบสัญญา และมูลค่าเวนคืนตามเอกสาร พร้อมแยกส่วนที่รับรองกับส่วนที่ไม่รับรองให้ชัดเจน
ข้อห้าม (หากไม่มีใบอนุญาตฯ): บอกว่า “เหมือนฝากเงินแต่ได้ผลตอบแทนแน่นอนสูงกว่า” “แผนประกันภัยนี้กำไรชัวร์” หรือรวมตัวเลขหลายส่วนแล้วนำเสนอเป็นอัตราผลตอบแทนรับรองโดยไม่มีข้อมูลรองรับ

3. สัญญาเพิ่มเติมสุขภาพและโรคร้ายแรง

ทำได้: อธิบายคำศัพท์ เช่น ระยะเวลารอคอย วงเงิน ข้อยกเว้น การเปิดเผยข้อมูลสุขภาพ และขั้นตอนเรียกร้องค่าสินไหมตามกรมธรรม์
ข้อห้าม (หากไม่มีใบอนุญาตฯ): รับประวัติสุขภาพของผู้ชมทาง DM แล้วบอกว่าแผนใดรับแน่นอน คุ้มครองโรคเดิม หรือเคลมผ่านทุกกรณี

4. ประกันชีวิตควบการลงทุนและสิทธิลดหย่อนภาษี

ทำได้: อธิบายหลักทั่วไปว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีทั้งความคุ้มครองชีวิตและส่วนการลงทุน มีค่าใช้จ่าย ความเสี่ยง และมูลค่าที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ รวมถึงบอกให้ตรวจสอบหลักเกณฑ์ภาษีที่ใช้ในปีนั้น
ข้อห้าม (หากไม่มีใบอนุญาตฯ): เลือกกองทุนหรือระดับความเสี่ยงให้ผู้ชมเฉพาะราย รับรองผลตอบแทน หรือบอกว่าผู้ซื้อทุกคนสามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้เต็มวงเงินโดยไม่ตรวจคุณสมบัติ

ใส่ Disclaimer (ข้อความปฎิเสธความรับผิดชอบ) แล้ว Creator จะสื่อสารอะไรก็ได้หรือไม่

การระบุข้อความปฏิเสธความรับผิดชอบ (Disclaimer) เพื่อให้ผู้สร้างคอนเทนต์สามารถนำเสนอเนื้อหาได้อย่างอิสระทุกรูปแบบนั้น “ไม่สามารถทำได้” เพราะสำนักงาน คปภ. พิจารณาจากเจตนา พฤติกรรมและเนื้อหาโดยรวมเป็นสำคัญ

แม้จะระบุไว้ข้อความเตือนไว้อย่างชัดเจนตลอดการถ่ายทอดสด (Live) หรือในทุกส่วนของเนื้อหาว่า “เป็นการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น” แต่หากในความเป็นจริงยังมีพฤติกรรม เช่น “ส่งประวัติสุขภาพมา เดี๋ยวเลือกแผนประกันที่คุ้มที่สุดให้” หรือแนบลิงก์ที่พาไปซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิตกับบริษัทประกันชีวิตใด ข้อความ Disclaimer ดังกล่าวก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงลักษณะการกระทำที่เข้าข่ายการเสนอขายประกันชีวิตได้

ข้อสังเกต: ข้อความ Disclaimer มีไว้เพื่อแจ้งสถานะและขอบเขตของสื่อให้ผู้ฟังและผู้อ่านเข้าใจเท่านั้น ไม่ใช่ใบอนุญาตฯ  หรือข้อยกเว้นทางกฎหมาย ซึ่งกำหนดไว้เฉพาะบริษัทประกันชีวิต หรือผู้ได้รับใบอนุญาตฯ เท่านั้น

ไม่มีใบอนุญาตฯ รับงานโฆษณาประกันชีวิตได้ไหม

คำตอบ รับได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขสำคัญตามกฎหมาย ได้แก่

  1. มีข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรกับบริษัทประกันชีวิตหรือตัวแทนหรือนายหน้าประกันชีวิตก่อนเริ่มงาน
  2. ระบุขอบเขตเนื้อหา แพลตฟอร์ม ขั้นตอนอนุมัติ ค่าตอบแทน และการเก็บหลักฐานให้ชัดเจน
  3. ค่าตอบแทนต้องไม่แปรผันตามจำนวนกรมธรรม์หรือเบี้ยประกันชีวิตที่เกิดจากการโฆษณา
  4. เผยแพร่เฉพาะเนื้อหาที่ผ่านการอนุมัติจากบริษัทประกันชีวิตหรือตัวแทนหรือนายหน้าประกันชีวิตเป็นลายลักษณ์อักษรแล้วเท่านั้น
  5. หากมีการแก้ไขข้อมูลใดๆ ไม่ว่าจะเป็นข้อความ ภาพ วิดีโอ Caption ต้องส่งให้บริษัทประกันชีวิตหรือตัวแทนหรือนายหน้าประกันชีวิตอนุมัติใหม่
  6. เปิดเผยว่าเนื้อหาที่เผยแพร่เป็นโฆษณา พร้อมชื่อบริษัทประกันชีวิตหรือตัวแทนหรือนายหน้าประกันชีวิตที่เป็นผู้ว่าจ้าง
  7. เปิดเผยสถานะการมีหรือไม่มีใบอนุญาตฯในทุกเนื้อหา
  8. ตรวจสอบผู้ว่าจ้างว่าได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันภัยหรือใบอนุญาตเป็นตัวแทนหรือนายหน้าประกันชีวิตในประเทศไทยจากสำนักงาน คปภ. (www.oic.or.th)

การติดเพียง #Ad หรือ #Sponsored จึงยังไม่เพียงพอ เพราะบอกเพียงว่าเป็นงานโฆษณา แต่ไม่ได้ทดแทนการเปิดเผยสถานะใบอนุญาตฯ

สำหรับผู้ทำการโฆษณาที่ไม่มีใบอนุญาตฯ แนวปฏิบัติยกตัวอย่างข้อความว่า

“ผู้ทำการโฆษณานี้ไม่มีใบอนุญาตเป็นตัวแทนหรือนายหน้าประกันชีวิต เนื้อหานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการให้ข้อมูลเท่านั้น โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาตก่อนตัดสินใจ”

การเปิดเผยต้องเห็นหรือได้ยินชัดเจน เช่น ภาพนิ่งต้องแสดงโดยไม่ต้องกดอ่านเพิ่มเติม คลิปสั้นควรแสดงบนจอช่วงเริ่มต้น วิดีโอยาวต้องแสดงช่วงต้นและระบุใน Description ส่วน Livestream ต้องแสดงบนจออย่างต่อเนื่องและประกาศด้วยเสียงเป็นระยะ

ประกันชีวิตจากต่างประเทศ แชร์ลิงก์หรือชวนซื้อ แบบนี้ถือว่าผิดไหม?

ก่อนแชร์หรือแนะนำประกันชีวิตจากต่างประเทศ ต้องตรวจสอบให้ชัดเจนก่อนว่าบริษัทนั้นได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันภัยในประเทศไทยหรือไม่ เพราะกฎหมายห้ามมิให้ผู้ใดชักชวน แนะนำ หรือใช้วิธีการใด ๆ เพื่อให้บุคคลทำสัญญาประกันชีวิตกับบริษัทในต่างประเทศที่ไม่ได้รับใบอนุญาตฯ

การกระทำที่ต้องระวังไม่ได้มีเพียงการพูดเชิญชวนให้ซื้อโดยตรง แต่ยังรวมถึงการแชร์ลิงก์หรือช่องทางสมัคร การอธิบายขั้นตอนการซื้อ การเปรียบเทียบแล้วชี้นำให้เลือกผลิตภัณฑ์ ตลอดจนการโฆษณาหรือช่วยส่งเสริมการขายให้กับบริษัทดังกล่าว

ข้อห้ามนี้มีขึ้นเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค เนื่องจากบริษัทที่ไม่ได้รับใบอนุญาตฯ จะไม่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน คปภ. หากเกิดปัญหา ผู้บริโภคอาจไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายไทย การร้องเรียนหรือเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนอาจต้องดำเนินการตามกฎหมายต่างประเทศ ซึ่งมีความซับซ้อนและอาจมีค่าใช้จ่ายสูง รวมถึงมีความเสี่ยงจากมิจฉาชีพที่แอบอ้างชื่อบริษัทประกันชีวิตต่างประเทศอีกด้วย

หลักที่ควรจำ: พบประกันชีวิตจากต่างประเทศ อย่าเพิ่งแชร์ลิงก์ ชวนสมัคร หรือบอกช่องทางซื้อ จนกว่าจะตรวจสอบแล้วว่าบริษัทนั้นได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิตในประเทศไทย

7 จุดที่ต้องเช็กก่อนโพสต์คอนเทนต์ประกันชีวิต

  1. แหล่งข้อมูลถูกต้องหรือไม่ ตรวจสอบจากเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันชีวิต เอกสารประกอบการเสนอขายของผลิตภัณฑ์ หรือข้อมูลของสำนักงาน คปภ.
  2. ข้อมูลยังเป็นปัจจุบันหรือไม่ ตรวจสอบชื่อผลิตภัณฑ์ เวอร์ชันของแผนประกันชีวิต และวันที่อัปเดทของเอกสาร
  3. พูดครบถ้วนแล้วหรือยัง อย่าเน้นเฉพาะผลประโยชน์ที่ได้รับ จนละเว้นเงื่อนไขและข้อยกเว้นที่เป็นสาระสำคัญ
  4. กำลังให้ความรู้ทั่วไปหรือระบุให้บุคคลเฉพาะราย ระมัดระวังการใช้ประโยคชี้นำ เช่น “เหมาะกับคุณ” “ทุนเท่านี้พอ” หรือ “แผนนี้ดีที่สุดสำหรับคุณ”
  5. ทุกส่วนใช้ข้อมูลที่ตรงกันหรือไม่ ตรวจสอบความสอดคล้องระหว่าง Headline, Caption, ภาพปก, ข้อความบนจอ, Call to Action (CTA) และลิงก์ปลายทาง
  6. เปิดเผยข้อมูลครบถ้วนแล้วหรือยัง ระบุชื่อบริษัทประกันชีวิต หรือตัวแทนหรือนายหน้าประกันชีวิตที่เป็นผู้ว่าจ้างและเปิดเผยสถานะใบอนุญาตฯให้เห็นหรือได้ยินอย่างชัดเจน
  7. ใครดูแลหลังโพสต์ไปแล้ว ติดตามตรวจสอบความความถูกต้อง ลบลิงก์หลอกลวง แก้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อน และไม่ให้คำแนะนำประกันชีวิตเฉพาะบุคคลในทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นช่องคอมเมนต์ หรือ direct message (DM) หากไม่มีใบอนุญาตฯ

บทสรุป: คอนเทนต์ประกันชีวิตที่ดี ต้องน่าสนใจควบคู่กับความถูกต้อง

วงการประกันชีวิตต้องการ Creator ที่ช่วยแปลเรื่องยากให้ประชาชนเข้าใจง่าย ตั้งแต่ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา ประกันชีวิตแบบออมทรัพย์ ไปจนถึงเรื่องของบำนาญและการลดหย่อนภาษี แต่ความน่าเชื่อถือไม่ได้เกิดจากยอดวิวเพียงอย่างเดียว ต้องมาจากข้อมูลที่ตรวจสอบได้ การสื่อสารอย่างถูกต้อง การรู้ขอบเขตของตน และการส่งต่อคำถามเฉพาะบุคคลให้ผู้มีใบอนุญาตฯ ดูแล

ก่อนโพสต์เรื่องประกันชีวิต ลองเช็กอีกครั้งว่าเรากำลังช่วยให้คน “เข้าใจ” หรือกำลังตัดสินใจ “แทน” เขา เพราะคอนเทนต์ประกันชีวิตที่ดีไม่ควรเพียงทำให้คนหยุดดู แต่ต้องช่วยให้เขาได้รับข้อมูลที่ถูกต้องก่อนวันที่ต้องใช้ความคุ้มครองจริง

หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายหรือคำแนะนำในการเลือกผลิตภัณฑ์ประกันภัย โปรดศึกษาประกาศ สำนักงาน คปภ. เรื่อง แนวปฏิบัติที่ดีสำหรับบุคคลที่ไม่ได้รับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันภัยหรือนายหน้าประกันภัยกรณีการเผยแพร่เนื้อหาเกี่ยวกับการประกันภัยผ่านสื่อดิจิทัล พ.ศ. 2569  ฉบับเต็ม

หากคุณอยากสร้างคอนเทนต์ให้ขายประกันได้จริงแบบมืออาชีพ
ติดตามสาระความรู้ดี ๆ จากเราได้ตามช่องทางเหล่านี้
Website: donjai.me
TikTok: tiktok.com/@donjai_media
Facebook: facebook.com/donjaimediaplus
Youtube: youtube.com/@donjaimediaplus
Line: @donjai

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Content Creator และการทำคอนเทนต์ประกันชีวิต

Q: ไม่มีใบอนุญาตฯ เปรียบเทียบประกันชีวิตแต่ละประเภทได้ไหม?

A: ได้ หากเปรียบเทียบข้อเท็จจริงตามกรมธรรม์ด้วยเกณฑ์มาตรฐานเดียวกัน และไม่สรุปว่าแบบใดดีที่สุดสำหรับบุคคลใดหรือชักชวนหรือชี้ช่องจัดการให้ซื้อกับบริษัทประกันภัยหนึ่งโดยเฉพาะ

Q: บอกวงเงินลดหย่อนภาษีในคอนเทนต์ได้ไหม?

A: ให้ข้อมูลตามหลักเกณฑ์ที่เป็นปัจจุบันและแหล่งอ้างอิงที่เชื่อถือได้ได้ แต่ไม่ควรรับรองว่าผู้ชมทุกคนจะใช้สิทธิได้เท่ากัน เพราะขึ้นอยู่กับประเภทกรมธรรม์ เบี้ยประกันที่เข้าเงื่อนไข และสถานะทางภาษีของแต่ละบุคคล

Q: Content Creator รีวิวประกันสะสมทรัพย์ว่า “คุ้มและให้ผลตอบแทนดี” ได้ไหม?

A: ได้ สามารถนำเสนอข้อมูลตามตารางผลประโยชน์ที่ได้รับอนุมัติได้ แต่ไม่ควรสรุปว่าแผนของประกันสะสมทรัพย์ใด “คุ้มที่สุด” หรือ “เหมาะกับทุกคน” เพราะต้องพิจารณาทั้งความคุ้มครอง ระยะเวลาชำระเบี้ย เป้าหมาย และความสามารถในการชำระเบี้ยของแต่ละบุคคล นอกจากนี้ ต้องแยกผลประโยชน์ที่รับรองและไม่รับรองให้ชัดเจน และไม่ควรสื่อว่าเป็นเงินฝากหรือรับประกันผลตอบแทนทั้งหมด

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.). (2569). แนวปฏิบัติที่ดีสำหรับบุคคลที่ไม่ได้รับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันภัยหรือนายหน้าประกันภัย กรณีการเผยแพร่เนื้อหาเกี่ยวกับการประกันภัยผ่านสื่อดิจิทัล

บทความโดย คุณอาทร สินธรชัยกุล
กรรมการผู้จัดการ
บริษัท ดลใจ มีเดีย พลัส จำกัด