
คู่มือทำคอนเทนต์ประกันชีวิตตามแนวปฏิบัติ สำนักงาน คปภ. 2569
- ทำคลิปเปรียบเทียบประกันชีวิตแบบตลอดชีพกับแบบสะสมทรัพย์ได้ไหม?
- รีวิวประสบการณ์รับเงินคืนหรือใช้สิทธิจากสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพได้หรือเปล่า?
- หากมีคนบอกอายุ รายได้ และภาระครอบครัว แล้วถามว่าควรทำทุนประกันเท่าไร เราตอบให้เลยได้หรือไม่?
คำถามเหล่านี้สำคัญ เพราะคอนเทนต์ประกันชีวิตไม่เหมือนรีวิวสินค้าทั่วไป ข้อมูลเพียงหนึ่งประโยคอาจส่งผลต่อเงิน สิทธิ ความคุ้มครอง ผู้รับประโยชน์ และการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนของผู้บริโภค
ประกันชีวิตยังมีหลายรูปแบบ เช่น แบบชั่วระยะเวลา ตลอดชีพ สะสมทรัพย์ บำนาญ สัญญาเพิ่มเติมสุขภาพหรือโรคร้ายแรง และประกันชีวิตควบการลงทุน แต่ละแบบมีระยะเวลาชำระเบี้ย ความคุ้มครอง ผลประโยชน์ เงื่อนไข และข้อยกเว้นต่างกัน Content Creator จึงต้องรู้ว่าเรื่องใดให้ความรู้ได้ และเรื่องใดควรส่งต่อให้ผู้มีใบอนุญาตตัวแทนหรือนายหน้าประกันชีวิต
Key Takeaway
- Content Creator ที่ไม่มีใบอนุญาตประกันชีวิตสามารถให้ความรู้ อธิบายคำศัพท์ ความคุ้มครอง ผลประโยชน์ และข้อยกเว้นของประกันชีวิตได้ โดยต้องนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน
- การเลือกแผนประกันชีวิต กำหนดทุนประกัน วิเคราะห์ความเหมาะสมเฉพาะบุคคล ชักชวน หรืออำนวยความสะดวกให้ทำประกันชีวิตกับบริษัทใดบริษัทหนึ่ง ต้องดำเนินการโดยบริษัทประกันชีวิตหรือผู้มีใบอนุญาตตามกฎหมาย
- ผู้ไม่มีใบอนุญาตฯ สามารถรับงานโฆษณาประกันชีวิตได้ภายใต้เงื่อนไข เช่น มีข้อตกลงและการอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษร เปิดเผยผู้ว่าจ้างและสถานะใบอนุญาตฯ รวมถึงไม่รับค่าตอบแทนที่แปรผันตามจำนวนกรมธรรม์หรือเบี้ยประกันชีวิต
- Disclaimer หรือแฮชแท็กโฆษณาไม่สามารถใช้แทนใบอนุญาตฯ ได้ Creator จึงควรตรวจสอบเนื้อหา Caption, Call to Action (CTA), ลิงก์ปลายทาง และการตอบคอมเมนต์หรือ DM ทั้งก่อนและหลังเผยแพร่
ทำไมเรื่องประกันชีวิตจึงต้องสื่อสารอย่างระมัดระวัง
ประกันชีวิตเป็นสัญญาระยะยาว แบบประกันที่ชื่อคล้ายกันอาจมีระยะเวลาชำระเบี้ย ความคุ้มครอง เงินคืน ผลประโยชน์เมื่อครบสัญญา และมูลค่าเวนคืนต่างกัน ผู้ชมจึงต้องตรวจสอบความคุ้มครองของกรมธรรม์ ไม่ใช่ตัดสินจากชื่อแผนหรือข้อความโฆษณา
ผลประโยชน์บางส่วนอาจรับรองตามสัญญา ขณะที่บางส่วนอาจไม่รับรองหรือขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงาน การรวมทุกตัวเลขแล้วเรียกว่า “ผลตอบแทนการันตี” จึงอาจทำให้เข้าใจผิด
การยกเลิกกรมธรรม์เดิมอาจกระทบมูลค่าและความคุ้มครอง ส่วนสิทธิลดหย่อนภาษีก็ขึ้นอยู่กับประเภทกรมธรรม์ คุณสมบัติ และหลักเกณฑ์ในปีนั้น Creator จึงไม่ควรแนะนำให้เปลี่ยนกรมธรรม์หรือรับรองว่าใครจะใช้สิทธิได้เต็มจำนวน
คอนเทนต์ออนไลน์ยังถูกค้นหาและแชร์ต่อได้อีกนาน หากเงื่อนไขผลิตภัณฑ์เปลี่ยนไป Creator ควรระบุแหล่งข้อมูลและช่วงเวลาที่ใช้อ้างอิง พร้อมกลับมาตรวจสอบหรือแก้ไขเนื้อหาเมื่อพบว่าข้อมูลไม่เป็นปัจจุบัน
แนวปฏิบัติ คปภ. 2569 ในการทำคอนเทนต์ประกันชีวิตเกี่ยวข้องกับใครบ้าง
เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 สำนักงาน คปภ. ได้ออกแนวปฏิบัติที่ดีสำหรับบุคคลที่ไม่ได้รับใบอนุญาตเป็นตัวแทนหรือนายหน้าประกันภัย กรณีการเผยแพร่เนื้อหาเกี่ยวกับประกันภัยผ่านสื่อดิจิทัล เช่น
- Influencer, Blogger และ Content Creator
- ผู้ทำเพจ เว็บไซต์ Podcast หรือ Livestream
- ผู้รีวิวประสบการณ์ใช้บริการหรือเคลมประกัน
- บุคคลทั่วไปที่โพสต์ เปรียบเทียบ หรือแชร์ข้อมูลประกันภัย
แนวปฏิบัตินี้ไม่ได้ห้ามคนทั่วไปพูดเรื่องประกัน แต่ทำให้เส้นแบ่งชัดขึ้นว่า “การให้ข้อมูลทั่วไป” สามารถทำได้ ขณะที่การชักชวน ชี้ช่อง จัดการให้ทำสัญญาประกันชีวิต หรือแนะนำเฉพาะบุคคล เป็นการกระทำที่ต้องดำเนินการโดยพนักงานของบริษัทประกันชีวิต หรือผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นตัวแทนหรือนายหน้าประกันชีวิตตามที่กฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิตกำหนด
การพิจารณาไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ติดตามหรือการได้รับค่าตอบแทนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องประเมินจากองค์ประกอบโดยรวม ได้แก่ เนื้อหาที่นำเสนอ ข้อความชวนให้ซื้อหรือติดต่อ ลิงก์เชื่อมโยง ผลประโยชน์ตอบแทน และพฤติกรรมการสื่อสาร
Content Creator สื่อสารอะไรได้บ้าง และคอนเทนต์ประกันชีวิตเรื่องไหนต้องมีใบอนุญาตฯ
หลักง่าย ๆ คือ Creator สามารถให้ข้อมูลเพื่อช่วยให้ประชาชนเกิดความ “เข้าใจประกันชีวิต” ได้ แต่ไม่สามารถกระทำการเลือกบริษัทประกันภัย เลือกแผนประกัน กำหนดทุนประกัน ชักชวนหรือชี้ช่องให้ทำกรมธรรม์ประกันชีวิตกับบริษัทประกันภัยรายใดรายหนึ่งได้หากไม่มีใบอนุญาตฯ
| ให้ความรู้ทั่วไปได้ | เรื่องที่ต้องมีใบอนุญาตฯ หรือควรส่งต่อผู้มีใบอนุญาตฯ |
| อธิบายประเภท หลักการ และคำศัพท์ประกันชีวิต | ชักชวนหรือชี้ช่องให้ซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิตกับบริษัทประกันชีวิตรายใดรายหนึ่งโดยเฉพาะ |
| อธิบายความคุ้มครอง ผลประโยชน์ และข้อยกเว้นตามกรมธรรม์ | วิเคราะห์หรือแนะนำว่าแผนประกันชีวิตแผนใดเหมาะกับบุคคลคนใดคนหนึ่ง |
| เปรียบเทียบข้อเท็จจริงโดยใช้เกณฑ์มาตรฐานเดียวกัน | แนะนำทุนประกันชีวิต เบี้ย หรือระยะเวลาชำระเบี้ยเฉพาะบุคคล |
| อธิบายความแตกต่างของส่วนที่รับรองและไม่รับรอง | วิเคราะห์ว่าผลประโยชน์หรือความเสี่ยงของแผนใดเหมาะกับบุคคลนั้น |
| เล่าประสบการณ์ส่วนตัวและระบุว่าเป็นกรณีเฉพาะบุคคล | เชื่อมโยงหรืออำนวยความสะดวกให้ทำกรมธรรม์ประกันชีวิตกับบริษัทประกันชีวิตรายใดรายหนึ่งโดยเฉพาะ |
| แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลและปรึกษาผู้มีใบอนุญาตฯ ก่อนการตัดสินใจซื้อประกันชีวิต | รับค่าตอบแทนที่แปรผันตามจำนวนกรมธรรม์หรือเบี้ยประกันภัย |
| รายงานข่าว สถิติ หรือข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ | การเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์ จะต้องใช้สื่อที่ได้รับความเห็นชอบจากบริษัทประกันชีวิตแล้วเท่านั้น |
4 ตัวอย่างคอนเทนต์ประกันชีวิตที่ Creator ทำได้และควรระมัดระวัง

1. ความคุ้มครองชีวิตและการกำหนดทุนประกัน
ทำได้: อธิบายว่าทุนประกันชีวิตคืออะไร ผู้รับประโยชน์มีบทบาทอย่างไร หรือยกตัวอย่างปัจจัยทั่วไปที่มักนำมาพิจารณา เช่น ภาระหนี้ ค่าใช้จ่ายครอบครัว และเป้าหมายในอนาคต
ข้อห้าม (หากไม่มีใบอนุญาตฯ): ให้ผู้ชมส่งอายุ รายได้ หนี้สิน และจำนวนสมาชิกในครอบครัวมา แล้วสรุปว่า “คุณต้องทำทุนประกันภัยเท่านี้ และซื้อแผนประกันนี้ของบริษัทนี้”
2. ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์และบำนาญ
ทำได้: อธิบายระยะเวลาชำระเบี้ยประกันภัย ความคุ้มครอง เงินคืน ผลประโยชน์เมื่อครบสัญญา และมูลค่าเวนคืนตามเอกสาร พร้อมแยกส่วนที่รับรองกับส่วนที่ไม่รับรองให้ชัดเจน
ข้อห้าม (หากไม่มีใบอนุญาตฯ): บอกว่า “เหมือนฝากเงินแต่ได้ผลตอบแทนแน่นอนสูงกว่า” “แผนประกันภัยนี้กำไรชัวร์” หรือรวมตัวเลขหลายส่วนแล้วนำเสนอเป็นอัตราผลตอบแทนรับรองโดยไม่มีข้อมูลรองรับ
3. สัญญาเพิ่มเติมสุขภาพและโรคร้ายแรง
ทำได้: อธิบายคำศัพท์ เช่น ระยะเวลารอคอย วงเงิน ข้อยกเว้น การเปิดเผยข้อมูลสุขภาพ และขั้นตอนเรียกร้องค่าสินไหมตามกรมธรรม์
ข้อห้าม (หากไม่มีใบอนุญาตฯ): รับประวัติสุขภาพของผู้ชมทาง DM แล้วบอกว่าแผนใดรับแน่นอน คุ้มครองโรคเดิม หรือเคลมผ่านทุกกรณี
4. ประกันชีวิตควบการลงทุนและสิทธิลดหย่อนภาษี
ทำได้: อธิบายหลักทั่วไปว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีทั้งความคุ้มครองชีวิตและส่วนการลงทุน มีค่าใช้จ่าย ความเสี่ยง และมูลค่าที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ รวมถึงบอกให้ตรวจสอบหลักเกณฑ์ภาษีที่ใช้ในปีนั้น
ข้อห้าม (หากไม่มีใบอนุญาตฯ): เลือกกองทุนหรือระดับความเสี่ยงให้ผู้ชมเฉพาะราย รับรองผลตอบแทน หรือบอกว่าผู้ซื้อทุกคนสามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้เต็มวงเงินโดยไม่ตรวจคุณสมบัติ
ใส่ Disclaimer (ข้อความปฎิเสธความรับผิดชอบ) แล้ว Creator จะสื่อสารอะไรก็ได้หรือไม่
การระบุข้อความปฏิเสธความรับผิดชอบ (Disclaimer) เพื่อให้ผู้สร้างคอนเทนต์สามารถนำเสนอเนื้อหาได้อย่างอิสระทุกรูปแบบนั้น “ไม่สามารถทำได้” เพราะสำนักงาน คปภ. พิจารณาจากเจตนา พฤติกรรมและเนื้อหาโดยรวมเป็นสำคัญ
แม้จะระบุไว้ข้อความเตือนไว้อย่างชัดเจนตลอดการถ่ายทอดสด (Live) หรือในทุกส่วนของเนื้อหาว่า “เป็นการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น” แต่หากในความเป็นจริงยังมีพฤติกรรม เช่น “ส่งประวัติสุขภาพมา เดี๋ยวเลือกแผนประกันที่คุ้มที่สุดให้” หรือแนบลิงก์ที่พาไปซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิตกับบริษัทประกันชีวิตใด ข้อความ Disclaimer ดังกล่าวก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงลักษณะการกระทำที่เข้าข่ายการเสนอขายประกันชีวิตได้
ข้อสังเกต: ข้อความ Disclaimer มีไว้เพื่อแจ้งสถานะและขอบเขตของสื่อให้ผู้ฟังและผู้อ่านเข้าใจเท่านั้น ไม่ใช่ใบอนุญาตฯ หรือข้อยกเว้นทางกฎหมาย ซึ่งกำหนดไว้เฉพาะบริษัทประกันชีวิต หรือผู้ได้รับใบอนุญาตฯ เท่านั้น
ไม่มีใบอนุญาตฯ รับงานโฆษณาประกันชีวิตได้ไหม
คำตอบ รับได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขสำคัญตามกฎหมาย ได้แก่
- มีข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรกับบริษัทประกันชีวิตหรือตัวแทนหรือนายหน้าประกันชีวิตก่อนเริ่มงาน
- ระบุขอบเขตเนื้อหา แพลตฟอร์ม ขั้นตอนอนุมัติ ค่าตอบแทน และการเก็บหลักฐานให้ชัดเจน
- ค่าตอบแทนต้องไม่แปรผันตามจำนวนกรมธรรม์หรือเบี้ยประกันชีวิตที่เกิดจากการโฆษณา
- เผยแพร่เฉพาะเนื้อหาที่ผ่านการอนุมัติจากบริษัทประกันชีวิตหรือตัวแทนหรือนายหน้าประกันชีวิตเป็นลายลักษณ์อักษรแล้วเท่านั้น
- หากมีการแก้ไขข้อมูลใดๆ ไม่ว่าจะเป็นข้อความ ภาพ วิดีโอ Caption ต้องส่งให้บริษัทประกันชีวิตหรือตัวแทนหรือนายหน้าประกันชีวิตอนุมัติใหม่
- เปิดเผยว่าเนื้อหาที่เผยแพร่เป็นโฆษณา พร้อมชื่อบริษัทประกันชีวิตหรือตัวแทนหรือนายหน้าประกันชีวิตที่เป็นผู้ว่าจ้าง
- เปิดเผยสถานะการมีหรือไม่มีใบอนุญาตฯในทุกเนื้อหา
- ตรวจสอบผู้ว่าจ้างว่าได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันภัยหรือใบอนุญาตเป็นตัวแทนหรือนายหน้าประกันชีวิตในประเทศไทยจากสำนักงาน คปภ. (www.oic.or.th)
การติดเพียง #Ad หรือ #Sponsored จึงยังไม่เพียงพอ เพราะบอกเพียงว่าเป็นงานโฆษณา แต่ไม่ได้ทดแทนการเปิดเผยสถานะใบอนุญาตฯ
สำหรับผู้ทำการโฆษณาที่ไม่มีใบอนุญาตฯ แนวปฏิบัติยกตัวอย่างข้อความว่า
“ผู้ทำการโฆษณานี้ไม่มีใบอนุญาตเป็นตัวแทนหรือนายหน้าประกันชีวิต เนื้อหานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการให้ข้อมูลเท่านั้น โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาตก่อนตัดสินใจ”
การเปิดเผยต้องเห็นหรือได้ยินชัดเจน เช่น ภาพนิ่งต้องแสดงโดยไม่ต้องกดอ่านเพิ่มเติม คลิปสั้นควรแสดงบนจอช่วงเริ่มต้น วิดีโอยาวต้องแสดงช่วงต้นและระบุใน Description ส่วน Livestream ต้องแสดงบนจออย่างต่อเนื่องและประกาศด้วยเสียงเป็นระยะ
ประกันชีวิตจากต่างประเทศ แชร์ลิงก์หรือชวนซื้อ แบบนี้ถือว่าผิดไหม?
ก่อนแชร์หรือแนะนำประกันชีวิตจากต่างประเทศ ต้องตรวจสอบให้ชัดเจนก่อนว่าบริษัทนั้นได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันภัยในประเทศไทยหรือไม่ เพราะกฎหมายห้ามมิให้ผู้ใดชักชวน แนะนำ หรือใช้วิธีการใด ๆ เพื่อให้บุคคลทำสัญญาประกันชีวิตกับบริษัทในต่างประเทศที่ไม่ได้รับใบอนุญาตฯ
การกระทำที่ต้องระวังไม่ได้มีเพียงการพูดเชิญชวนให้ซื้อโดยตรง แต่ยังรวมถึงการแชร์ลิงก์หรือช่องทางสมัคร การอธิบายขั้นตอนการซื้อ การเปรียบเทียบแล้วชี้นำให้เลือกผลิตภัณฑ์ ตลอดจนการโฆษณาหรือช่วยส่งเสริมการขายให้กับบริษัทดังกล่าว
ข้อห้ามนี้มีขึ้นเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค เนื่องจากบริษัทที่ไม่ได้รับใบอนุญาตฯ จะไม่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน คปภ. หากเกิดปัญหา ผู้บริโภคอาจไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายไทย การร้องเรียนหรือเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนอาจต้องดำเนินการตามกฎหมายต่างประเทศ ซึ่งมีความซับซ้อนและอาจมีค่าใช้จ่ายสูง รวมถึงมีความเสี่ยงจากมิจฉาชีพที่แอบอ้างชื่อบริษัทประกันชีวิตต่างประเทศอีกด้วย
หลักที่ควรจำ: พบประกันชีวิตจากต่างประเทศ อย่าเพิ่งแชร์ลิงก์ ชวนสมัคร หรือบอกช่องทางซื้อ จนกว่าจะตรวจสอบแล้วว่าบริษัทนั้นได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิตในประเทศไทย
7 จุดที่ต้องเช็กก่อนโพสต์คอนเทนต์ประกันชีวิต
- แหล่งข้อมูลถูกต้องหรือไม่ ตรวจสอบจากเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันชีวิต เอกสารประกอบการเสนอขายของผลิตภัณฑ์ หรือข้อมูลของสำนักงาน คปภ.
- ข้อมูลยังเป็นปัจจุบันหรือไม่ ตรวจสอบชื่อผลิตภัณฑ์ เวอร์ชันของแผนประกันชีวิต และวันที่อัปเดทของเอกสาร
- พูดครบถ้วนแล้วหรือยัง อย่าเน้นเฉพาะผลประโยชน์ที่ได้รับ จนละเว้นเงื่อนไขและข้อยกเว้นที่เป็นสาระสำคัญ
- กำลังให้ความรู้ทั่วไปหรือระบุให้บุคคลเฉพาะราย ระมัดระวังการใช้ประโยคชี้นำ เช่น “เหมาะกับคุณ” “ทุนเท่านี้พอ” หรือ “แผนนี้ดีที่สุดสำหรับคุณ”
- ทุกส่วนใช้ข้อมูลที่ตรงกันหรือไม่ ตรวจสอบความสอดคล้องระหว่าง Headline, Caption, ภาพปก, ข้อความบนจอ, Call to Action (CTA) และลิงก์ปลายทาง
- เปิดเผยข้อมูลครบถ้วนแล้วหรือยัง ระบุชื่อบริษัทประกันชีวิต หรือตัวแทนหรือนายหน้าประกันชีวิตที่เป็นผู้ว่าจ้างและเปิดเผยสถานะใบอนุญาตฯให้เห็นหรือได้ยินอย่างชัดเจน
- ใครดูแลหลังโพสต์ไปแล้ว ติดตามตรวจสอบความความถูกต้อง ลบลิงก์หลอกลวง แก้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อน และไม่ให้คำแนะนำประกันชีวิตเฉพาะบุคคลในทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นช่องคอมเมนต์ หรือ direct message (DM) หากไม่มีใบอนุญาตฯ
บทสรุป: คอนเทนต์ประกันชีวิตที่ดี ต้องน่าสนใจควบคู่กับความถูกต้อง
วงการประกันชีวิตต้องการ Creator ที่ช่วยแปลเรื่องยากให้ประชาชนเข้าใจง่าย ตั้งแต่ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา ประกันชีวิตแบบออมทรัพย์ ไปจนถึงเรื่องของบำนาญและการลดหย่อนภาษี แต่ความน่าเชื่อถือไม่ได้เกิดจากยอดวิวเพียงอย่างเดียว ต้องมาจากข้อมูลที่ตรวจสอบได้ การสื่อสารอย่างถูกต้อง การรู้ขอบเขตของตน และการส่งต่อคำถามเฉพาะบุคคลให้ผู้มีใบอนุญาตฯ ดูแล
ก่อนโพสต์เรื่องประกันชีวิต ลองเช็กอีกครั้งว่าเรากำลังช่วยให้คน “เข้าใจ” หรือกำลังตัดสินใจ “แทน” เขา เพราะคอนเทนต์ประกันชีวิตที่ดีไม่ควรเพียงทำให้คนหยุดดู แต่ต้องช่วยให้เขาได้รับข้อมูลที่ถูกต้องก่อนวันที่ต้องใช้ความคุ้มครองจริง
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายหรือคำแนะนำในการเลือกผลิตภัณฑ์ประกันภัย โปรดศึกษาประกาศ สำนักงาน คปภ. เรื่อง แนวปฏิบัติที่ดีสำหรับบุคคลที่ไม่ได้รับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันภัยหรือนายหน้าประกันภัยกรณีการเผยแพร่เนื้อหาเกี่ยวกับการประกันภัยผ่านสื่อดิจิทัล พ.ศ. 2569 ฉบับเต็ม
หากคุณอยากสร้างคอนเทนต์ให้ขายประกันได้จริงแบบมืออาชีพ
ติดตามสาระความรู้ดี ๆ จากเราได้ตามช่องทางเหล่านี้
Website: donjai.me
TikTok: tiktok.com/@donjai_media
Facebook: facebook.com/donjaimediaplus
Youtube: youtube.com/@donjaimediaplus
Line: @donjai
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Content Creator และการทำคอนเทนต์ประกันชีวิต
Q: ไม่มีใบอนุญาตฯ เปรียบเทียบประกันชีวิตแต่ละประเภทได้ไหม?
A: ได้ หากเปรียบเทียบข้อเท็จจริงตามกรมธรรม์ด้วยเกณฑ์มาตรฐานเดียวกัน และไม่สรุปว่าแบบใดดีที่สุดสำหรับบุคคลใดหรือชักชวนหรือชี้ช่องจัดการให้ซื้อกับบริษัทประกันภัยหนึ่งโดยเฉพาะ
Q: บอกวงเงินลดหย่อนภาษีในคอนเทนต์ได้ไหม?
A: ให้ข้อมูลตามหลักเกณฑ์ที่เป็นปัจจุบันและแหล่งอ้างอิงที่เชื่อถือได้ได้ แต่ไม่ควรรับรองว่าผู้ชมทุกคนจะใช้สิทธิได้เท่ากัน เพราะขึ้นอยู่กับประเภทกรมธรรม์ เบี้ยประกันที่เข้าเงื่อนไข และสถานะทางภาษีของแต่ละบุคคล
Q: Content Creator รีวิวประกันสะสมทรัพย์ว่า “คุ้มและให้ผลตอบแทนดี” ได้ไหม?
A: ได้ สามารถนำเสนอข้อมูลตามตารางผลประโยชน์ที่ได้รับอนุมัติได้ แต่ไม่ควรสรุปว่าแผนของประกันสะสมทรัพย์ใด “คุ้มที่สุด” หรือ “เหมาะกับทุกคน” เพราะต้องพิจารณาทั้งความคุ้มครอง ระยะเวลาชำระเบี้ย เป้าหมาย และความสามารถในการชำระเบี้ยของแต่ละบุคคล นอกจากนี้ ต้องแยกผลประโยชน์ที่รับรองและไม่รับรองให้ชัดเจน และไม่ควรสื่อว่าเป็นเงินฝากหรือรับประกันผลตอบแทนทั้งหมด
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.). (2569). แนวปฏิบัติที่ดีสำหรับบุคคลที่ไม่ได้รับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันภัยหรือนายหน้าประกันภัย กรณีการเผยแพร่เนื้อหาเกี่ยวกับการประกันภัยผ่านสื่อดิจิทัล
บทความโดย คุณอาทร สินธรชัยกุล
กรรมการผู้จัดการ
บริษัท ดลใจ มีเดีย พลัส จำกัด
ดูแลทุกช่วงชีวิต คิด-เพื่อ-คุณ
ติดต่อได้ที่ ศรีกรุงประกันชีวิต ใกล้บ้านท่าน
หรือติดต่อสอบถามทาง Line: @SrikrungLife
ติดต่อผ่าน Facebook: facebook.com/SKLifeBroker
โทร: 02-867-3857
กรุงเทพประกันชีวิต
เอฟดับบลิวดีประกันชีวิต
ทีไลฟ์
แรบบิท ไลฟ์
อาคเนย์ประกันชีวิต